Web Toolbar by Wibiya
Dino-Lite Handheld Microscopes
Stereo Microscopes
Biological Microscopes
Material Science Microscopes
Metallurgical Microscopes & Analysis Software
Metal Sample Preparation Machines
Inverted Microscopes
Smartscope (Image Measuring)
Atoms Auto Profile Projector
Mini Hi-Power Microscope
Macro Zoom Microscope
360' Microscopes
Gem Microscopes
Polarizing Microscopes
Capiscopes (nail scope)
Fluorescense Microscopes
DIC Microscopes
Microscope Digital Camera
Light & Accessories
*Measuring Solutions
News & Activities
Service & Support
About us
Contact us



ติดต่อลงโฆษณา


สุดยอดVDO     Funny Pics     Unbelieve     Stories     Flash    Food     Kids       Love     Nightlife      กระทู้รวมมิตร  
Your VDO        เพลงแต่งเอง       Technology        Music         Dream Girls       Movies        ธรรมะ         ติดต่อโฆษณา   
หลักง่ายๆ ในการเลือกซื้อเพชร

Your Vote Rating 9.4 from 75 users
จำนวนผู้เข้าชม 93399 ครั้ง
See All Comments







Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



นักอัญมณีศาสตร์ มาสอนวิธีเลือกซื้อเพชรอย่างง่าย ที่เหมาะกับผู้สวมใส่และเงินในกระเป๋าครับ เพชรมีราคาขึ้นทุกวัน หากดูเป็นซื้อเป็น ก็สามารถซื้อมาใส่สวย แถมขายได้กำไรอีกต่างหากนะครับ

ขอขอบคุณ คลิปจาก sukiflix.com

เดี่ยวนี้ร้านเพชรมีมากมาย ไม่เชื่อลองไปดูในห้าง จะเห็นบูธขายเพชรเต็มไปหมด มีหลากหลายแบรนด์ หลากหลายดีไซน์ หรือถ้าจะเป็นร้านดังเลยก็มี แต่สาวๆ ที่อาจยังไม่คุ้นเคยกับเพชร คงเริ่มกังวลว่าหากจะซื้อขึ้นมาจริงๆ จะต้องเลือกอย่างไร เพราะซื้อเพชรไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะคะ โชคดีว่าเรามีสถาบันต่างๆ ในการคัดเกรดเพชร ที่ยังบอกถึงวิธีการเลือกเพชรให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจซื้อเพชรอีกด้วย อย่างเช่นสถาบัน Gemological Institute of America หรือ G.I.A. ที่ให้ข้อแนะนำไว้ดังนี้

หนึ่ง วิธีการดูน้ำหนักเพชรว่ามีกี่กะรัตนั้นต้องจำไว้ว่า 1 กะรัต เท่ากับ 200 มิลลิกรัม ร้านเพชรบางแห่งอาจจะใช้ระบบ Point หรือจุดสำหรับเพชรที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 1 กะรัต นั่นก็คือ 1 กะรัตเท่ากับ 100 Point ครึ่งกะรัตเท่ากับ 0.5 Point

สอง วิธีการดูความใสสะอาดของเพชรเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเพชรนั้นมีตำหนิหรือไม่ โดยทางสถาบัน สถาบัน G.I.A. จะใช้ระบบเกรดตั้งแต่ FL ถึง 13 กล่าวคือ FL คือเกรดเพชรที่ไม่มีตำหนิใดๆ และหายากมากๆ ส่วนเกรด 11, 12 หรือ 13 หมายถึงเพชรที่คุณสามารถเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า ฉะนั้นแบบนี้ไม่ควรซื้อค่ะ

สาม วิธีการดูสีเพชร สีของเพชรนั้นจะถูกกำหนดากความเหลืองที่มีอยู่ในเพชรเม็ดนั้น ทางสถาบัน G.I.A. โดยส่วนใหญ่เพชรสำหรับแหวนหมั้น มักจะใช้เกรดสี G หรือ H เพราะยังถือว่าขาว และแทบไม่เห็นสีเหลือง ส่วนใครอยากรู้ เกรด D ราคาเท่าไหร่ ไปถามในร้านดูสิค่ะ เพราะมันแพงเหลือหลายค่ะ

สี่ การดูคัทของเพชร การดูทรงเหลี่ยม สัดส่วน สไตล์ของเพชรแต่ละเม็ด โดยส่วนใหญ่จะกำหนดคัทของเพชรจากทรงของมัน นักลงทุนส่วนใหญ่จะเลือกทรงกลม เพราะมีค่ามากกว่าทรงอื่นๆ หรืออย่างแหวนหมั้นหนิงคัท Heart & Arrow หรือคัทหัวใจและลูกศร ก็คือเวลาเล่นกับไฟ เมื่อดูเพชรดีๆ เห็นรูปหัวใจและลูกศรอยู่ข้างในเพชร แน่นอนนะคะว่าเพชรที่มีคัทพิเศษหน่อยก็ราคาสูงกว่าคัทแบบธรรมดาค่ะ


เอาล่ะค่ะ พอจะรู้วิธีการเลือกเพชรกันแล้ว เวลาจะไปซื้อจะไดทันคนขาย ทีนี้ก็มาถึงการเลือกซื้อจริงๆ แล้วล่ะ อย่าใจร้อนเชียวนะคะ การซื้อเพชรต้องใช้เวลาค่อยๆ ดู ศึกษามัน แล้วค่อยตัดสินใจ เพราะราคาไม่ใช่ถูกๆ หนิงเลยมีวิธีการหรือขั้นตอนในการซื้อเพชรที่หนิงใช้อยู่เป็นประจำมาฝากค่ะ

ประการแรก ถามตัวเองให้ดีก่อนว่าอยากได้เครื่องประดับเพชรแบบไหน และที่สำคัญที่สุดมีงบประมาณเท่าไหร่

ประการที่สอง ต้องเลือกร้านที่ไว้ใจได้ น่าเชื่อถือ และแน่นอนต้องมี certificate หรือคนไทยเรียกว่า ใบเซอร์ พูดง่ายก็คือเป็นใบประกาศที่ได้รับรองจากสถาบัน ซึ่งในอนาคตหากคุณไปขายต่อก็จะง่ายขึ้น และราคาไม่ตก แถมยังเป็นการรับประกันว่าของคุณนั้นเพชรจริงแท้แน่นอน ร้านเพชรที่ดีจะไม่คะยั้นคะยอให้คุณซื้อ แต่จะให้คุณคิดพิจารณาตามสบาย กลับบ้านไปคิดอีก 2 อาทิตย์ก็ได้ หากคุณเข้าร้านไหนแล้วไม่สบายใจ อย่าเกรงใจไปเลยนะคะ ยังมีร้านอื่นๆ อีกมากมายให้คุณเลือก

ประการที่สาม อย่างที่บอกไปแล้ว ก่อนซื้อเพชรก็ต้องมีความรู้เรื่องเพชรให้คนขายได้เห็น นั่นก็คือ 4C ข้างต้นที่หนิงบอกไปแล้ว carat, color, clarity และ cut จะได้ไม่โดนคนขายหลอกเอานะคะ

ประการที่สี่ พยายามเลือกเพชรที่ส่องประกายวับวาว เจิดจรัส และเล่นไฟ เพื่อจะได้ไปส่องตาใครต่อใครเวลาที่ส่วมใส่ไงละคะ

ประการที่ห้า พยายามเปรียบเทียบราคาแต่ละร้าน ใช่แล้วค่ะ จะเลือกซื้อทั้งที ต้องดูหลายๆ ที่นะคะ บางแห่งเพิ่มราคาสูงเพราะค่าเช่าสถานที่อาจจะแพง ฉะนั้น้องเลือกให้ดี ราคาสมเหตุสมผล หรือถ้าไปแหล่งขายเพชรเลยก็มั่นใจได้ว่าไม่น่าจะเพิ่มราคาค่าเช่าที่มากนัก

ประการที่หก อย่าลืมดูบริการหลังการขายด้วยค่ะ ว่าร้านที่คุณจะซื้อนั้น จะให้บริการหลังการขายอะไรบ้าง อย่างเช่นทำความสะอาดให้ตลอดชีพ หรืออาจจะเปลี่ยนตัวเรือนหรือในแบบราคาพิเศษ ถ้าได้ร้านแบบนี้ก็ถือว่าโชคดีคะ

ประการที่เจ็ด ซื้อแล้วบางร้านยังมีบริการทำเลเซอร์สลักชื่อ หรือวันเดือนปีเกิดให้บนตัวอักษรย่อ พร้อมวันเดือนปีที่หมั้น ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจได้ด้วยค่ะ

ประการสุดท้าย ซื้อแล้วก็ดูหน้าดูหลังด้วยนะคะ ไม่ใช่มัวแต่ชื่นชม จนไม่รู้ว่าอาจมีมิจฉาชีพแอบดูคุณอยู่ ทางที่ดีที่สุด อย่าไปซื้อคนเดียว ได้ของแล้วเก็บให้มิดชิด หรือไม่ก็ใส่ไว้เลยค่ะ


เอาล่ะ รู้วิธีเลือกซื้อเพชรกันแล้ว ก็ถึงเวลาที่สาวๆ จะหารางวัลให้กับตัวเองซะที แล้วคุณจะรู้ว่าเพื่อนแท้ของลูกผู้หญิง คือเพชรจริงๆ

http://www.telewizmall.com/board/news/news5.php/2007/10/12/1305.html


เคล็ดลับการซื้อแหวนเพชร

๑.       เมื่อท่านผู้อ่านดูเพชรไม่เป็นเลยจึงควรที่จะซื้อกับผู้ขายที่เชื่อถือได้ หรือมีการแนะนำผ่านกันมาว่า ไว้ใจได้และขายเพชรที่มีคุณภาพดี

๒.     ขนาดของเพชรไม่ว่าเม็ดเล็กหรือเม็ดใหญ่ ไม่ใช่อุปสรรคหรือปัญหาสำคัญ ฉะนั้นท่านจะซื้อแหวนที่ประดับเพชรเม็ดเล็กนิดเดียวน้ำหนักแค่ ๑๐ สตางค์  หรือร่ำรวยมีเงินทองมากมายจะซื้อเพชรขนาดใหญ่เม็ดละ ๑๐ กะรัต ก็ตามแต่สำหรับ  “ความหมายทางใจ”  แล้วย่อมไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย

๓.     สมมุติว่าท่านมีเงินงบประมาณในการซื้อแหวนเพชรอยู่จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท  แต่ไม่ทราบว่าจะซื้อแหวนเพชรที่พอจะดูดีหรือไม่  เรื่องนี้ก็เช่นกันว่าจำนวนเงินย่อมไม่เป็นอุปสรรคเหมือนกับขนาดของเพชร เงินจำนวนนี้ท่านสามารถซื้อเพชรเดี่ยวหนึ่งเม็ด ที่มีน้ำหนักประมาณ ๓๐ สตางค์  และมีคุณภาพดีได้ในราคาประมาณ ๒๒,๐๐๐ – ๒๕,๐๐๐ บาท  ส่วนจำนวนเงินที่เหลือจะจ่ายให้เป็นค่าเรือนแหวนหรืออาจจะได้เพชรเม็ดเล็ก ๆ  ขนาด ๕ สตางค์  อีก ๒ เม็ด เพื่อประดับประดาบ่าแหวนได้อีกด้วย

๔.     ถ้าท่านอยากจะทราบหรือมั่นใจว่าเงินที่ท่านจ่ายให้ผู้ขายนั้นจะได้สินค้าที่มีคุณภาพอย่างไรท่านก็สามารถให้ผู้ขายเขียนใบรับรองระบุรายละเอียดของแหวนวงที่ท่านซื้อได้ เช่น 

-          เบลเยียมคัตขนาด ๑๐ สตางค์ จำนวน ๑๐ เม็ด 

-          เพชรรัสเชียนคัตขนาด ๕๕ สตางค์ ๑ เม็ด

-          ตัวเรือนแหวนทำด้วยทองคำ ๙๐ %  น้ำหนัก ๑๐ กรัม 

ฯลฯ

                ถ้าท่านซื้อเพชรขนาดใหญ่ น้ำหนัก ๕๐ สตางค์  (ครึ่งกะรัต)  ขึ้นไป  ท่านอาจขอให้ทางร้านหรือผู้ขายเพชรนำเพชรเม็ดที่ท่านตกลงใจซื้อไปให้สถาบันอัญมณีหรือห้องแล็บต่าง ๆ  ตรวจสอบคุณภาพ เพื่อออกใบรับรองก็ได้

                แต่ถ้าเป็นเพชรเม็ดเล็ก ให้ผู้ขายเขียนใบรับรองให้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

น้ำหนักเพชรเทียบขนาดเป็นมิลลิเมตร

                กระผมเชื่อว่าท่านผุ้อ่านจำนวนมากจะไม่ทราบเลยว่า เพชรขนาด ๒ สตางค์ ๑๐ สตางค์ ๕๐ สตราค์ หรือ ๑ กะรัต  มีขนาดใหญ่เท่าไร  ยกเว้นแต่ท่านเป็นแฟนเพชรพลอยมานาน

                กระผมจึงขอแนะนำ ตารางขนาดเพชร ให้ท่านได้นำไปเสริมสร้างจินตนาการแหวนเพชรวงงามของท่านได้อย่างใกล้เคียงกับความจริงได้มากที่สุด

                และท่านจะกระจ่างทั้งขนาดเพชร  ราคาเพชร ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อเพชร หรือแหวนเพชรวงสำคัญในชีวิตของท่านได้อย่างง่ายดายและสบายใจเป็นที่สุดครับ

 

๑ กะรัต (๑๐๐ สตางค์)
                 จากตารางขนาดเพชร ท่านจะทราบว่า  เพชรน้ำหนัก ๕๐ สตางค์ (๐.๕๐ กะรัต)  จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ ๕.๒ มิลลิเมตร

                ท่านลองเอาไม้บรรทัดมาวัดความยาวแล้ววาดวงกลมลงกระดาษ ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง = ๕.๒ มิลลิเมตรนะคับ

                คราวนี้จะตกแต่งด้วยเพชรเม็ดเล็กเม็ดน้อยอย่างไรก็ดูจากตารางขนาดเพชรได้เช่นเดิม และลองวาดลงกระดาษให้ครบทุกเม็ดทุกขนาด

                เมื่อวาดครบครันครบตามขนาดตามรูปแบบแล้วท่านก็จะทราบว่าจะได้แหวนเพชรขนาดใหญ่เพียงใด  น้ำหนักนรวมเท่าไร และราคาประมาณเท่าไรด้วย

                ด้วยหลักเกณฑ์ไม่ยากทั้งหลายทั้งปวงนี้ท่านก็จะสบายใจว่า การตัดสินใจของท่านในการซื้อเพชรนั้น เป็นการตัดสินใจอย่างมีมาตรฐาน มีคุณภาพ ไม่ได้ซื้อเพราะเชื่อคนขายแต่เพียงอย่างเดียว

                ซึ่งจะเป็นการให้คุณค่าทางจิตใจ ความภูมิใจแก่ผู้เป็นเจ้าของแหวนเพชรตลอดไป

 

วิธีเลือกเพชรงามล้ำค่า

                มาตราฐานในการเลือกสรรเพชรให้ได้คุณภาพดีนั้นมีหลักใหญ่ ๆ  อยู่ ๔ และการกันคือ

๑.       ความบริสุทธิ์ของเนื้อเพชร (CLARITY)  เพชรที่ดีต้องมีเนื้อสะอาด ใสบริสุทธิ์ ไม่มีตำหนิใด ๆ  ให้เห็นด้วยตาเปล่าหรือเมื่องส่องดูด้วยกล้องขยายกำลังขนาด ๑๐ เท่า และควรจะต้องดูด้วยผู้เชี่ยวชาญ

เพราะผู้ที่ไม่มีความชำนาญจะไม่สามารถบอกได้ว่า สิ่งที่เห็นในเนื้อเพชรนั้นใช่ตำหนิหรือไม่ นอกจากว่าตำหนินั้นค่อนข้างใหญ่ เห็นชัดเจน ใครที่ใช้กล้องขาส่องดูก็ย่อมจะรู้ได้ไม่ยาก

เพชรยิ่งบริสุทธิ์เท่าใดก็ย่อมจะงดงามมากเท่านั้น และแน่นอนว่าราคาก็สูงตามคูณภาพและคุณค่าไปด้วย

เมื่อนำเพชรไปให้นักอัญมณีตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบที่ทันสมัย ผลการตรวจสอบเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของเนื้อเพชรจะระบุดังต่อไปนี้ประการหนึ่ง ได้แก่

FL (FLAWLESS) คือเพชรปราศจากตำหนิ

IF (INTERNALLY FLAWLESS) เพชรปราศจากตำหนิภายใน มีรอยเล็กน้อยบนผิวหน้าเท่านั้น

VVS1-VVS2  (VERY VERY SMALL INCLUSIONS)  เพชรมีรอยตำหนิน้อยมาก ๆ

VS1- VS2  (VERY SMALL INCLUSIONS)  เพชรมีรอยตำหนิน้อยมาก

                SI1-SI2  (SMALL INCLUSIONS)  เพชรมีรอยตำหนิน้อย

                I1-I2 - I3 (IMPERFECT) เพชรมีรอยตำหนิที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า

                คุณภาพเพชรชนิด FL จัดว่ามีคุณภาพที่ดีที่สุด ราคาสูงที่สุด ในขณะที่เพชรชนิด I1-I3 มีคุณภาพด้อยที่สุดและราคาถูกกว่ากันมาก

๒.     สี (COLOUR)  เพชรที่สวยที่สุดจะต้องไม่มีสีใด ๆ  ซึ่งเรียกกันว่า “ไร้สี” (COLOURLESS)  เพราะเมื่อแสงผ่านเพชรที่ไร้สีก็จะเปล่งประกายสะท้อนออกมาเป็นสีรุ้งงดงามเป็นที่สุดเพชรที่ไร้สีราคาจึงแพงมากเมื่อเปรียบเทียบกับเพชรที่มีสีเหลืองอ่อน ๆ           

               หมายเหตุ  - ตารางสีจากสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริการ (G.I.A.)

     - คนไทยนิยมเรียก “สี” เพชรเป็นเปอร์เซ็นต์

                คำว่า “สี” เพชร นี้ ในตลาดการค้าบ้านเราจะนิยมพูดกันว่า “น้ำ” เช่น เพชรน้ำ ๙๖% เพชรน้ำ ๙๘% ซึ่งที่ถูกต้องควรจะใช้คำว่า “สี”  ตามหลักเกณฑ์การตรวจสอบสีเพชร

                และความนิยมสีเพชรในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่จะนิยมซื้อหากันตั้งแต่ระดับ J ขึ้นไป (๙๔%) และแต่ละระดับสีจะมีราคาต่อกะรัตห่างกันมาก เช่น

                เพชร ระดับ G จะถูกว่าเพชรระดับ F มาก หรือ เพชรระดับ K จะถูกกว่าเพชรระดับ J         มาก

                เมื่อนำเพชรไปให้นักอัญมณีตรวจสอบ ผลการตรวจสอบในใบรับรองก็จะต้องระบุระดับสีของเพชรออกมาระดับใดระดับหนึ่ง เช่น

                COLOUR = E

                ส่วนการที่เราอยากจะทราบว่าระดับสีกี่เปอร์เซ็นต์นั้น ก็ลองเทียบดูกันเองจากตารางสีนี้นะคะ  ซึ่งคำตอบของ E ก็คือ ๙๙% นั่นเอง

                ส่วนท่านที่ชอบเพชรสีสันอย่างเหลืองอ่อนก็โชคดีไปอีกแบบ เพราะราคาจะถูกกว่าเพชรกลุ่มเกือบไร้สีหรือไร้สีมากค่ะ

๓.     การเจียระไน (CUT)  เพชรส่วนใหญ่จะได้รับการเจียระไนมีเหลี่ยม ๕๘ เหลี่ยม ซึ่งนับเป็นมาตรฐานของการเจียระไนเพชรกลม (เรียกว่าทรงกลมเหลี่ยมเกสร)  สามารถทำให้เพชรเปล่งประกายระยิบระยับได้มากที่สุด

ปกติส่วนก้นของเพชรควรจะมีความหนาเป็น ๒ เท่าของหน้าเพชร เพราะแสงจะสะท้อนจากเหลี่ยมหนึ่งไปยังอีกเหลี่ยมหนึ่งแล้วสะท้อนแสง (REFLEX) ขึ้นสู่ส่วนหน้าของเพชรเม็ดนั้น ทำให้ดูมีประกายระยิบระยับสวยงามจับตามาก

ส่วนเพชรที่มีก้นลึกเกินไปหรือตื้นเกินไป แสงก็จะสะท้อนหายไปทิศตรงกันข้าม หรือแสงลอดหายไปทางส่วนก้นเพชรทำให้ไม่เกิดการสะท้อนแสงขึ้นหน้าเพชรและขาดความงดงาม

แน่นอนว่าเพชรที่มีสัดส่วนได้มาตรฐาน ต้องมีราคาสูงกว่าเพชรที่ขาดสัดส่วนที่มีอย่างแน่นอน

น้ำหนักของเพชรจะวัดเป็นกะรัต หนึ่งกะรัตแบ่งออกเป็น 100 สตางค์ดังนั้นเพชรขนาด 0.75 กะรัตจึงมีน้ำหนักเท่ากับ 75 สตางค์ ขนาดกะรัตเป็นตัวตัดสินมูลค่าของเพชรที่เด่นชัดที่สุด แต่สิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอก็คือเพชรสองเม็ดที่มีขนาดกะรัตเท่ากันอาจมีมูลค่าแตกต่างกันอย่างมากก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเจียระไน สีและความสะอาด

0.50ct
5.2mm

0.75ct
5.8mm

1.00ct
6.5mm

1.50ct
7.4mm

2.00ct
8.2mm


    

    เพชรจะมีสีธรรมชาติหลากหลายเฉดมีตั้งแต่ขาวใสไร้สีซึ่งหายากและมีค่าที่สุดไปถึงสีเหลืองจางๆ โดยมีเฉด
สีอ่อนแก่ระหว่างกลางมากมายเพชรยิ่งมีสีน้อยเท่าไรยิ่งอำนวยให้แสงสีขาวสามารถ วิ่งผ่านเนื้อภายในได้สะดวกและจะสะท้อนประกายไฟสีรุ้งบนผิวหน้าเพชรได้สวยงามมากขึ้นเท่านั้น

ฉะนั้นการแยกสีเพชรสีขาวกับเพชรที่ติดเหลืองเล็กน้อยซึ่งมีผลกระทบต่อราคา ทางสถาบัน GIA จึงได้กำหนดมาตรฐานการเทียบสีเพชรไว้ ซึ่งการเทียบสีเพชรโดยสายตามนุษย์ไม่สามารถแยกความละเอียดสีขาวและสีขาวติดเหลืองเล็กน้อยออกมากได้ จึงต้องเทียบสีกับ Master Stone โดยนักอัญมณีศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น



จาก Scale จะพบว่าสีจะเรียบลำดับจากสี D ไปจนถึง Z โดยแบ่งเฉดสีตามช่วงดังนี้
D-F Colorless (ขาวบริสุทธิ์)
G-J Near Colorless (ขาวติดเหลืองจางมากๆ)
K-M Faint Yellow (ขาวติดเหลืองจางๆ)


    
มีหลายคนเข้าใจสับสน ระหว่างการเจียระไนกับรูปทรงของเพชรอันที่จริงการเจียระไน เพชรจะหมายถึงการจัดวางหน้าเหลี่ยมต่างๆของเพชร ดังนั้นเมื่อกล่าวว่าเพชรเจียระไนดี ไม่ว่าจะเป็นรูปใดจะหมายถึงฝีมือการเจียระไนเหลี่ยม ที่ถูกต้องได้สัดส่วนของช่างเจียระไนฝีมือเอก ทั้งนี้เพราะเพชรที่เจียระไนดีจะมีการเล่นแสงได้อย่างแพรวพราวระยิบระยับจับตาและทวีค่ายิ่งขึ้น และทำให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจ ฉะนั้นการเจียระไนเพชรที่ได ้สัดส่วนที่ดีจึงมีความสำคัญมาก

การเจียระไนเพชรมีรูปแบบต่างๆกัน แต่โดยทั่วไปเพชรจะนิยมเจียระไนเป็นรูปทรงกลม เพชรทรงกลมมักนิยมเจียระไนเป็นเหลี่ยม Round Brilliant Cut หรือเหลี่ยมเกสร เนื่องจากเพชรที่เจียระไนแบบนี้จะมีการกระจายแสงที่สมบูรณ์แบบมาก โดยมีเหลี่ยมมากถึง 58 เหลี่ยมต่อเพชรหนึ่งเม็ด


ในการพิจารณาว่าเพชรเม็ดนั้นเจียระไนดีหรือไม่นั้นต้องพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ
 
1. ขนาดเทเบิล(Table Size) ที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปจะมีผลต่อการกระจายแสงของเพชร
 
2. มุมคราวน์(Crown Height) ที่มีความสูงไม่สมดุลกับมุมสะท้อนแสงจะมีส่วนทำให้การกระจายแสงลดน้อย
 
3. ความลึกพาวิเลี่ยน(Pavilion Dept) ที่มีการเจียระไนที่ดี แสงจะสะท้อนขึ้นทุกมุม ทำให้การ กระจายแสงดีแต่ถ้า เจียระไนบางเกินไปแสงจะทะลุออกด้านล่างหรือถ้าหนาเกินไปจะทำให้ไม่มีแสงสะท้อนทำให้เพชรจะดูมืด (Nail Head)
 
ซึ่งค่าทั้งหมดจะถูกตรวจสอบโดยนักอัญมณีศาสตร์และบันทึกผลที่ได้ลงใน Certificates ซึ่งผลที่ได้ทั้งหมดจะนำมาสรุปเพื่อให้เข้าใจง่ายต่อบุคคลทั่วไป โดยจะเรียงลำดับจาก เจียระไนดีมาก (Very Good), เจียระไนดี(Good), เจียระไนพอใช้(Fair)


    
 
เพชรส่วนมากจะมีริ้วรอยตำหนิเล็กน้อย จึงเปรียบเสมือนลายนิ้วมือธรรมชาติสรรสร้างเอกลักษณ์ของเพชรแต่ละเม็ด กระนั้นก็มิได้ทำให้เพชรด้อยความงาม หรือลดความแข็งแกร่งลงแต่อย่างใด แต่ทว่ายิ่งมีริ้วรอยน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งจะทำให้แสงผ่านมากขึ้น ทำให้เพชรทอประกายเจิดจ้าระยิบระยับขึ้น เพชรจึงเหนือกว่าอัญมณีอื่นใดเพราะสามารถทอประกายแสงได้สุกใสงดงามที่สุด วิธีพิจารณาความสะอาดของเนื้อเพชร ต้องใช้กล้องขยาย 10 เท่าและตรวจสอบโดยนักอัญมณีศาสตร์เท่านั้น



GIA Image Description
IF (Internally Flawless) หมายถึงเพชรที่สะอาดที่สุด คือ ไม่มีรอยตำหนิใดๆ
VVS1-VVS2
(Very Very Slightly Inclusions)
หมายถึงเพชรที่มีตำหนิน้อยมากๆ ซึ่งยากมากๆ แก่การมองเห็นภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า
VS1-Vs2
(Very Slightly Inclusions)
หมายถึงเพชรที่มีตำหนิน้อย ซึ่งยากแก่การมองเห็นภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า
SI1-SI2 (Slightly Inclusion หมายถึงเพชรที่มีตำหนิ ซึ่งจะเห็นตำหนิได้ง่ายภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า และอาจเห็นได้ด้วยตาเปล่าในบางเม็ด

http://www.be2hand.com/scripts/shop.php?do=article_detail&news_id=1628&user=ycgems


หากคุณมีรูป หรือ Clip VDO เด็ดๆ (Link ก็ได้) ส่งมาแบ่งให้เพื่อนๆชมได้ที่ forward@jabchai.com ครับ

Send to a friend ส่งต่อให้เพื่อน

Share On Facebook


 
 

                 
กดคะแนนเพื่อ Comment ได้ทันที คลิ๊ก

 
 
Click to see all comments
คะแนนโหวตเฉลี่ย 9.4
จากจำนวน 75 ความคิดเห็น
กดเพื่อดูความคิดเห็นทั้งหมด
 

Home  |  VDO Clips  |  Funny Pics  |   Unbelieve  |   Stories  |   Flash  |  Food  |   Pets  |   Love  |   Nightlife  |   กระทู้รวมมิตร  
VDO IT  | Technology  |  Music  |   Kids  |  Dream Girls  |  Movies  |  3D Virtual Tourกระทู้ IT  |   ติดต่อโฆษณา


eXTReMe Tracker