Web Toolbar by Wibiya
Dino-Lite Handheld Microscopes
Stereo Microscopes
Biological Microscopes
Material Science Microscopes
Metallurgical Microscopes & Analysis Software
Metal Sample Preparation Machines
Inverted Microscopes
Smartscope (Image Measuring)
Atoms Auto Profile Projector
Mini Hi-Power Microscope
Macro Zoom Microscope
360' Microscopes
Gem Microscopes
Polarizing Microscopes
Capiscopes (nail scope)
Fluorescense Microscopes
DIC Microscopes
Microscope Digital Camera
Light & Accessories
*Measuring Solutions
News & Activities
Service & Support
About us
Contact us



ติดต่อลงโฆษณา


สุดยอดVDO     Funny Pics     Unbelieve     Stories     Flash    Food     Kids       Love     Nightlife      กระทู้รวมมิตร  
Your VDO        เพลงแต่งเอง       Technology        Music         Dream Girls       Movies        ธรรมะ         ติดต่อโฆษณา   
ตารางเที่ยวฮ่องกง (ตอนผมไป ก็ใช้อันนี้แหล่ะ สุดยอด)

Your Vote Rating 8.8 from 76 users
จำนวนผู้เข้าชม 235210 ครั้ง
See All Comments







ครบเครื่องเรื่องเที่ยว“ฮ่องกง” “ชม-ชิม-ชอป” แบบสาวรุ่นใหม่
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2548 18:10 น.
              โดย : วโณทัย คงคาเจริญ

ฮ่องกงเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้าและบรรยากาศยามราตรีที่ไม่เคยหลับใหล
              ฉันไปเที่ยวฮ่องกงมาก็หลายครั้ง แต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อคิดถึงสิ่งที่จะได้ทำในฮ่องกง การตัดสินใจเดินทางไปฮ่องกงครั้งนี้รวดเร็วจนฉันเองแปลกใจ เพราะแค่เอ่ยปากกับเพื่อนคู่ซี้ว่าอยากจะไปเที่ยวฮ่องกงสัก 3 วัน เพื่อนสาวรู้ใจก็จัดการบุ๊คตั๋วและจองโรงแรมให้เสร็จสรรพ แน่นอนว่าวัตถุประสงค์ของการเดินทางในครั้งนี้ต้องมีทั้งเที่ยว ชอป ชิม ปรนเปรอตัวเองให้ฉ่ำปอดหลังจากทำงานหนักมาทั้งปี

เรือสตาร์เฟอร์รี่ให้บริการข้ามฝากระหว่างเกาะฮ่องกงกับฝั่งเกาลูน
              เราบินด้วยสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิกเที่ยวบิน CX700 ออกจากกรุงเทพฯ ตอน 8:20 น.วันศุกร์และถึงฮ่องกงเวลา 12:10 น. ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วก็มารับกระเป๋าที่สายพาน พอได้กระเป๋าก็ตรงไปยังทางออกมองหาเคาน์เตอร์แอร์พอร์ต โฮเตลลิงค์ (Airport Hotelink) ซึ่งเป็นบริการรถรับส่งจากสนามบินไปโรงแรมที่รวมอยู่ในแพคเกจ พนักงานที่เคาน์เตอร์บอกให้ไปขึ้นรถชัตเทิลบัสที่จะพาเราไปโรงแรม ทริปนี้เราจองห้องที่โรงแรมมาร์โค โปโล ฮ่องกงในย่านจิมซาโจ่ย เพราะชอบความสะดวกสบายของที่ตั้งของโรงแรมนี้
       
       กว่าจะถึงโรงแรมก็ประมาณบ่ายสองโมง เช็คอินเก็บกระเป๋าแล้วเราก็ออกมาหาของอร่อยๆ ทาน เราข้ามถนนไปยังร้านสวีต ไดนาสตี้ (Sweet Dynasty) บนถนนแคนตัน (Canton Road) ที่มีทั้งเมนูข้าวและก๋วยเตี๋ยวรสชาติเยี่ยมให้เลือกมากมายเพื่อเติมพลัง แน่นอนว่าเราไม่พลาดเต้าฮวยรสหอมหวานสูตรโบราณเมนูเด็ดของที่นี่ ที่เสิร์ฟมาในถังไม้ขนาดย่อมให้เรากินจนหายอยาก

เรือสำเภาโบราณอายุกว่า 150 ปี ที่สามารถนั่งชมวิวอ่าววิคตอเรีย
              พอออกจากร้านอาหาร เดินไปตามถนนแล้วเลี้ยวขวาไปอีกหน่อยก็ถึงท่าเรือสตาร์เฟอร์รี่ (Star Ferry) ฉันรู้มาว่าฮ่องกงมีเรือสำเภาโบราณอายุกว่า 150 ปีที่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเพื่อชมวิวอ่าววิคตอเรีย แต่จะต้องลงทะเบียนที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกงล่วงหน้า ซึ่งก็หาง่ายมากเพราะตั้งอยู่ที่ท่าเรือสตาร์เฟอร์รี่นี่เอง ฉันกับเพื่อนลงชื่อสำหรับเรือรอบวันเสาร์ไว้ซึ่งจะออกจากท่าเรือควีนส์ฝั่งเกาะฮ่องกงตอนบ่ายโมง เสร็จจากการลงทะเบียนเราก็ขึ้นเรือสตาร์เฟอร์รี่ พื่อข้ามฟากไปยังเกาะฮ่องกง การข้ามฝั่งด้วยเรือนี้ทั้งสะดวก รวดเร็วและได้ชมวิวของทั้งสองฝั่งของอ่าววิคตอเรียในคราวเดียว ขอแนะนำว่าให้จับจองที่นั่งชั้นบนเพราะจะเห็นวิวได้มากกว่า
       
       จากท่าเรือในย่านเซ็นทรัล (Central) เดินเลาะไปตามถนนที่มีแต่ตึกสูงๆ ทันสมัยไปที่สถานีพีคแทรม (Peak Tram) รถรางที่จะพาเราขึ้นไปยังยอดเขาวิคตอเรียพีค (Victoria Peak) จุดชมวิวที่ไม่ว่าจะมาฮ่องกงครั้งไหนก็ต้องแวะสูดอากาศบนยอดเขานี้ทุกครั้งไป น่าเสียดายที่ตอนนี้ตึกพีคทาวเวอร์ (Peak Tower) อาคารรูปร่างครึ่งวงกลมที่มีเอกลักษณ์สุดๆ กำลังปิดปรับปรุงจะเปิดอีกทีก็ปีหน้าเราเลยไม่ได้เดินชอปปิ้งในตัวตึก หลังจากชมวิวกินบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน เราสองคนก็เลือกทานอาหารที่ร้านเดอะ พีค ลุคเอ้าท์ (The Peak Lookout) ที่มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติแฝงด้วยความโรแมนติก มองโต๊ะข้างๆ ที่เป็นคู่รักมานั่งหวานกัน ฉันกับเพื่อนก็ได้ตาร้อนอยากมานั่งกุมมือกับชายในฝันบนยอดเขานี้บ้าง

รถรางจากสถานีพีคแทรมจะพานักท่องเที่ยวเราขึ้นไปยังยอดเขาวิคตอเรียพีคจุดชมวิวยอดฮิตของฮ่องกง
              อิ่มแล้วเราก็ขึ้นพีคแทรมลงมายังตัวเมืองที่ยังคงคึกคักจอแจไม่แพ้เวลากลางวัน เราเดินมาขึ้นรถราง (Tram) จากสถานีควีนส์เวย์ (Queensway) เพื่อไปยังย่านคอสเวย์เบย์ (Causeway Bay) โดยไม่ลืมที่จะนั่งบนชั้นสองของรถรางที่เปิดโล่งไม่มีหลังคาเพื่อชมเมืองในยามค่ำคืน รถรางของฮ่องกงนี้มีอายุมากกว่า 100 ปี นับได้ว่าเป็นรถรางที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงให้บริการอยู่จนถึงปัจจุบัน
       
       เราไปชอปปิ้งกันที่ห้างไทม์ สแควร์ (Times Square) ที่มีร้านค้ากว่า 300 ร้านให้เลือกชอปตั้งแต่ชั้นใต้ดินจนถึงชั้น 9 หลังจากชอปกันจนจุใจแล้ว ก็กลับขึ้นรถรางเพื่อไปเดินเล่นในย่านลานไควฟง (Lan Kwai Fong) ที่ฮอตสุดๆ ของฮ่องกง ย่านนี้เป็นแหล่งรวมผับและบาร์ที่คนฮ่องกงนิยมมาผ่อนคลายหลังเลิกงาน ฉันกับเพื่อนเลือกนั่งที่ร้านเฮฟเว่น ออน เอิร์ท (Heaven On Earth Bar & Restaurant) เพราะชอบสไตล์จีนโมเดิร์นของร้านนี้ แถมยังมีดนตรีจีนเล่นคลอสร้างบรรยากาศ เพลงเพราะๆ กับคอกเทลรสนุ่ม ทำเอาเราสองคนเพลินกับที่นี่ไปจนดึก ก่อนที่จะเดินทางกลับที่พักเพื่อพักผ่อนพร้อมๆกับเก็บแรงไว้ตะลุยเที่ยวในฮ่องกงต่อ

“ลานไควฟง” หนึ่งในย่านรวมผับและบาร์ที่ฮอตที่สุดในฮ่องกง
              หลังจากวันแรกในฮ่องกง ฉันกับเพื่อนได้ตะลอนเที่ยวในเมืองนี้ไปบางส่วน มาในวันที่สองพวกเราปลุกกันตื่นแต่เช้า เพื่อออกไปหาอาหารเช้าแบบฮ่องกงดั้งเดิมทานกัน เราไปที่ร้านน้ำชาแบบโบราณชื่อร้านตั๊ก หยู (Tak Yu Restaurant) โดยขึ้นรถไฟใต้ดินไปลงสถานีเยามะไต๋ (Yau Ma Tei) ออกทางออกบี 2 เดินไปที่ถนนเชียงไห่ (Shanghai Street) ร้านนี้อยู่บนชั้น 3 มีผู้อาวุโสนั่งจิบน้ำชาพูดคุยกัน ฉันกับเพื่อนลงความเห็นว่าติ่มซำที่นี่อร่อยมากจริงๆ
       
       วันนี้เราตั้งใจจะเข้าวัดเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฮ่องกงมีวัดที่เป็นที่รู้จักอยู่หลายแห่ง วัดโป่หลิน (Po Lin Monastery) ที่มีพระองค์ใหญ่มากๆ ตั้งอยู่กลางแจ้ง เป็นวัดที่ฉันกับเพื่อนยังไม่เคยไป แต่กางคู่มือนักท่องเที่ยวดูแล้วท่าจะไปไม่ยาก เลยโดดขึ้นรถไฟใต้ดินสายเฉินวาน (Tsuen Wan Line) จากเยามะไต๋ ไปเปลี่ยนสายเป็นสายตุงชุง (Tung Chung Line) ที่สถานีไล่กิ่ง (Lai King) แล้วก็นั่งไปจนสุดสายที่ตุงชุง (Tung Chung) จากนั้นก็ต่อรถประจำทางสาย 23 เพื่อไปยังวัดโป่หลิน ถึงที่วัดประมาณ 10 โมงเช้า องค์พระที่นี่องค์ใหญ่มากขนาดที่เราเห็นได้ตั้งแต่รถยังไปไม่ถึงที่วัด พอได้ไปยืนใกล้ๆ ที่ฐานพระพุทธรูปฉันถึงกับต้องเงยหน้าจนสุดเพื่อมองท่านชัดๆ

ห้างไทม์ สแควร์ มีร้านให้เลือกชอปตั้งแต่ชั้นใต้ดินจนถึงชั้น 9
              อิ่มอกอิ่มใจกับการไหว้พระแล้วก็กลับเข้าเมืองเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสายตุงชุงมาลงที่สถานีฮ่องกง (Hong Kong) ออกทางออกเอไปที่ตึกไอเอฟซี มอลล์ (ifc Mall) เพื่อทานข้าวกลางวันที่ร้านแคนทีน (can.teen) ซึ่งเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดร่วมสมัยที่มีอาหารหลากหลายทั้งข้าวมันไก่ไหหลำ เทมปุระอุด้ง และอื่นๆ ให้เลือกตามความชอบ อิ่มแล้วรีบเดินไปที่ท่าเรือควีนส์ เพื่อลงเรือสำเภาโบราณข้ามฝั่งไปยังเกาลูนตอนบ่ายโมง ฉันกับเพื่อนโชคดีที่ลงเรือในวันที่คลื่นไม่แรง ได้ล่องเรือชมวิวของอ่าววิคตอเรียบนเรือโบราณแบบนี้ นึกประทับใจคนฮ่องกงที่ได้อนุรักษ์เรือโบราณลำนี้ให้กับคนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยวได้นั่ง
       
       จากนั้นก็เริ่มกิจกรรมการชอปปิ้งที่เราโปรดปราน ด้วยการนั่งรถไฟใต้ดินไปที่สถานีชัมฉุยโป (Sham Shui Po) เราไปเดินที่ถนนเชิงชาหวัน (Cheung Sha Wan Road) แหล่งขายสินค้าแฟชั่นราคาส่ง ตั้งใจว่าจะหาซื้อกระเป๋าไปฝากน้องสาว ได้กระเป๋ามาในราคาที่ถูกใจ เคล็ดลับก็คือต้องซื้อหลายๆ ชิ้นถึงจะได้ราคาถูก

พระพุทธรูปกลางแจ้งองค์ใหญ่ที่วัดโป่หลิน
              จากนั้นก็ไปที่ชอปปิ้งมอลล์แห่งใหม่ที่ชื่อแลงแฮม เพลส (Langham Place) ที่เพื่อนฉันได้ยินคำร่ำลือถึงความใหญ่โต ห้างนี้ตั้งอยู่ในย่านมงก๊ก (Mong Kok) ในห้างนอกจากร้านแฟชั่นและเครื่องประดับแล้ว ก็ยังมีห้างไซบุ (Seibu) ที่รวมเสื้อผ้าเก๋ไก๋ให้เลือกอย่างละลานตา เดินที่ห้างนี้จนเย็น ก็นั่งรถไฟใต้ดินต่อลงมาที่แถบริมอ่าววิคตอเรีย มายังอเวนิว ออฟ สตาร์ (Avenue of Stars) ที่ๆ ฉันได้ลองทาบมือกับรอยพิมพ์มือของคนดังที่ฉันแอบชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นเฉินหลง หลิวเต๋อหัว โจวเหวินฟะ เจ็ทลี และจอห์น วู

นักท่องเที่ยวนิยมมาทาบรอยฝ่ามือกับดาราที่อเวนิว ออฟ สตาร์
              ช่วงสองทุ่มตรง ก็มีการแสดงแสงสีเสียงประกอบดนตรีซิมโฟนีออฟไลท์ (Symphony of Lights) สุดตระการตา ที่เป็นการยิงแสงเลเซอร์ขึ้นบนท้องฟ้าจากยอดตึกบนเกาะฮ่องกง การแสดงนี้ฮ่องกงจัดขึ้นให้ชมฟรีทุกคืน ถ้าให้ดีต้องมาดูที่อเวนิว ออฟ สตาร์ เพราะจะมีลำโพงขยายเสียงเพลงให้ได้ยินด้วย
       
       ดูการแสดงเสร็จก็ไปชอปสินค้าปลอดภาษีที่ร้านดีเอฟเอส (DFS) ที่อยู่ตรงข้ามโรงแรม ได้เครื่องสำอางค์ที่ฉันชื่นชอบมาหลายชิ้นในราคาที่ถูกใจ จากนั้นก็ข้ามถนนไปชอปต่อที่ห้างฮาร์เบอร์ซิตี้ (Harbour City) ที่แสนจะใหญ่โต ในช่วงเทศกาลลดราคาอย่างช่วงนี้ เข้าร้านไหนก็มีของราคาพิเศษให้เลือกซื้อเยอะแยะมากมาย เดินจนห้างปิดก็กลับโรงแรมไปแพ็คกระเป๋าเตรียมกลับบ้านวันรุ่งขึ้น
       
       เช้าวันสุดท้ายเราเช็คเอ้าท์จากโรงแรมประมาณ 10 โมงเช้า แต่ยังฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน เพราะเราสองคนจะขอชอปปิ้งจนหยดสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ แต่ก่อนอื่นขอปรนเปรอตัวเองด้วยการเสริมสวยเล็บ เราเดินข้ามไปที่โอเชี่ยนเทอร์มินัล (Ocean Terminal) ชอปปิ้งมอลล์ที่เชื่อมต่อกับฮาร์เบอร์ซิตี้ ไปที่เคาน์เตอร์แฮนด์แอนด์เนลในห้างเลนครอฟอร์ด (Lane Crawford) ได้เพนท์เล็บสวยๆ กลับไปอวดเพื่อนๆ ที่เมืองไทย

เรือสำเภาโบราณที่ฮ่องกงอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยวได้นั่ง
              เสร็จแล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินไปที่สถานีเซ็นทรัลออกทางออกดี 2 แล้วเดินไปที่ภัตตาคารยุงกี่ (Yung Kee Restaurant) ที่มีเมนูเด็ดคือห่านย่างที่อร่อยมากขนาดที่นักท่องเที่ยวนิยมสั่งเมนูนี้ห่อขึ้นเครื่องกลับบ้าน
       
       อิ่มแล้วก็รีบข้ามฝั่งกลับมาตะลุยชอปปิ้งในย่านจิมซาโจ่ย ได้เสื้อผ้ายี่ห้อดังที่เซลล์ลดราคาแบบอดใจไม่ซื้อไม่ได้มาหลายชิ้น ก่อนจะรีบกลับโรงแรมรับกระเป๋าและเดินทางไปสนามบิน เรารอรถชัตเตอร์บัสสายเค 2 ของรถไฟด่วนสายสนามบินหรือที่เรียกว่าเออีแอล (AEL) ที่หน้าโรงแรมเพื่อเดินทางไปยังสถานีรถไฟเออีแอลเกาลูน
       
       เมื่อไปถึงที่สถานีแล้วเราสามารถเช็คอินเที่ยวบินและโหลดกระเป๋าได้ที่สถานีเลย นับเป็นบริการที่สะดวกสบายสำหรับนักเดินทางที่ไม่ต้องลากกระเป๋าไปเองถึงสนามบิน นั่งรถไฟด่วนไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงสนามบิน ได้ชอปต่อจนถึงนาทีสุดท้ายที่ฮ่องกง สกายมาร์ท (Hong Kong Skymart) มอลล์ขนาดใหญ่ที่สนามบิน ก่อนจะขึ้นเครื่องเที่ยว CX 703 ตอน 18:40 น. กลับถึงกรุงเทพฯ เวลา 20:20 น.

การแสดงซิมโฟนีออฟไลท์ในยามค่ำคืน
              ไปเที่ยวฮ่องกงครั้งนี้ ได้ทำทุกอย่างที่ตั้งใจ ทั้งเที่ยวชอปกินแบบจุใจ ได้เติมพลังเต็มร้อยกลับมาลุยงานต่อ แค่นึกถึงช่วงเวลาที่ได้ไปฮ่องกงก็มีความสุขมากจริงๆ ไปตะลุยฮ่องกงคราวหน้าอาจเป็นช่วงกันยายนที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แห่งใหม่จะเปิดบนเกาะลันเตา แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว...
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       "ฮ่องกง" เป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศจีน ฮ่องกงใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ซึ่งภาษาจีนกวางตุ้งเป็นภาษาที่ใช้กันมากที่สุด และเงินที่ใช้เป็นเงิน ฮ่องกงดอลลาร์ (ฮ่องกงดอลลาร์ตกประมาณ 5 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น) สายการบินจากรุงเทพฯไปฮ่องกงมีอยู่หลายสายการบินด้วยกัน มี การสายการบินไทย โทร. 0-2280-0060, 0-2628-2000 สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค โทร. 0-2263-0606 สายการบินโอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ โทร. 1126, 0-2267-3210-5
       
       
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยวฮ่องกง สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวฮ่องกง โทร. 0-2233-4329-30 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับฮ่องกงได้ที่www.discoverhongkong.com

หากคุณมีรูป หรือ Clip VDO เด็ดๆ (Link ก็ได้) ส่งมาแบ่งให้เพื่อนๆชมได้ที่ forward@jabchai.com ครับ

Send to a friend ส่งต่อให้เพื่อน

Share On Facebook


 
 

                 
กดคะแนนเพื่อ Comment ได้ทันที คลิ๊ก

 
 
Click to see all comments
คะแนนโหวตเฉลี่ย 8.8
จากจำนวน 76 ความคิดเห็น
กดเพื่อดูความคิดเห็นทั้งหมด
 

Home  |  VDO Clips  |  Funny Pics  |   Unbelieve  |   Stories  |   Flash  |  Food  |   Pets  |   Love  |   Nightlife  |   กระทู้รวมมิตร  
VDO IT  | Technology  |  Music  |   Kids  |  Dream Girls  |  Movies  |  3D Virtual Tourกระทู้ IT  |   ติดต่อโฆษณา


eXTReMe Tracker