Web Toolbar by Wibiya
Dino-Lite Handheld Microscopes
Stereo Microscopes
Biological Microscopes
Material Science Microscopes
Metallurgical Microscopes & Analysis Software
Metal Sample Preparation Machines
Inverted Microscopes
Smartscope (Image Measuring)
Atoms Auto Profile Projector
Mini Hi-Power Microscope
Macro Zoom Microscope
360' Microscopes
Gem Microscopes
Polarizing Microscopes
Capiscopes (nail scope)
Fluorescense Microscopes
DIC Microscopes
Microscope Digital Camera
Light & Accessories
*Measuring Solutions
News & Activities
Service & Support
About us
Contact us



ติดต่อลงโฆษณา


สุดยอดVDO     Funny Pics     Unbelieve     Stories     Flash    Food     Kids       Love     Nightlife      กระทู้รวมมิตร  
Your VDO        เพลงแต่งเอง       Technology        Music         Dream Girls       Movies        ธรรมะ         ติดต่อโฆษณา   
ไก่ฟ้าพญาลอ นกประจำชาติ ฤๅ ตำนาน

Your Vote Rating 8.7 from 7 users
จำนวนผู้เข้าชม 9324 ครั้ง
See All Comments







Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



ไก่ฟ้าพญาลอ

นกประจำชาติไทย...ฤๅ จะเหลือไว้เพียงตำนาน และภาพวาด?



ไก่ฟ้าพญาลอ
ตัวผู้มีขนด้านหลังสีเทา อกและหางสีดำเหลือบเขียวแก่ ท้องสีดำ ตัวผู้มีหงอน บนหัวยาวกว่าตัวเมีย ชอบอาศัยอยู่ตามป่าดงดิบรกทึบ กินแมลงและเมล็ดพืชตามพื้นดินเป็นอาหาร พบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
ไก่ฟ้าพญาลอ (Siamese Fireback)

_______________________________________________________________

ชื่อสามัญ : Siamese fireback pheasant

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lophura diardi

  ลักษณะ  เป็นนกในวงศ์ไก่ฟ้าและนกกระทา (Phasianidae) เป็นไก่ฟ้าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ความยาววัดจาก จงอยปากถึงปลายหางยาว 24-32 นิ้ว (หากรวมหางตัวผู้จะยาวเพิ่มอีกประมาณ 14 นิ้ว) ลักษณะคล้ายไก่  
รูปร่างผอมบางกว่าไก่ฟ้าชนิดอื่น ปีกกว้างสั้น บินได้แข็งแต่มักบินในระยะใกล้ๆ เท่านั้น 

เพศผู้ ขาและบริเวณใบหน้ามีสีแดง เพศผู้มีขนหัวสีดำและมีขนเป็นพู่สีดำยื่นออกมาและโค้งไปข้างหลัง  และจะตั้งชันเมื่อตกใจหรือเกี้ยวพาราสีตัวเมีย บริเวณลำตัวด้านบนตอนท้ายมีเนื้อแกมทอง ขนหางมีสีดำเหลือบเขียว คอและอกมีสีเทา มีเดือยยาวและแหลมคม 

เพศเมีย มีขนหัวคอและคอหอยสีน้ำตาล บริเวณลำตัวทางด้านบนตอนหน้าและตอนล่าง ลำตัวมีสีน้ำตาลแกมแดงบริเวณท้องลายคล้ายเกล็ดสีขา ปีกสีดำไม่มีเดือย 

 
 

 
ถิ่นที่อยู่  ชอบอาศัยอยู่ในป่าดงดิบแล้งที่ราบต่ำและโปร่งซึ่งมีไผ่ขึ้นหนาแน่น ที่ระดับความสูงไม่เกิน 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล พบการกระจายพันธุ์ในเวียดนาม ตอนใต้ของลาว ตอนเหนือของกัมพูชา 
ส่วนในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เช่นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเมี่ยง - ภูทอง อุทยาน แห่งชาติทุ่งแสวงหลวง อุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติเขาสระบาป

ตัวผู้ชอบอยู่โดดเดี่ยว ส่วนตัวเมียอาจพบเป็นคู่หรือเป็นครอบครัว

ออกหากินเวลากลางวัน โดยเดินคุ้ยเขี่ยหาอาหารบนพื้นดินแล้วใช้ปากจิกกิน อาหารส่วนใหญ่เป็นสัตว์ขนาดเล็ก เช่น หนอน แมลง และปลวก มีพียงส่วนน้อยที่เป็นพืช เช่น เมล็ดหญ้า เมล็ดพืช และผลไม้สุกที่หล่นจากต้น นอกจากนี้ยังชอบกินขุยไผ่และลูกไทรด้วย

ไก่ฟ้าพญาลอ มีนิสัยป้องกันอาณาเขตโดยเฉพาะแหล่งหากินอีกทั้งยังป้องกันคู่ผสมพันธุ์และครอบครัว มักจับคู่ผสมพันธุ์แบบผัวเดียวเมียเดียวในช่วงต้นฤดูร้อน ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม ทำรังด้วยการขุดดินเป็นแอ่งเล็กๆ ตามซุ้มกอหญ้ากอไผ่ที่รกทึบ ออกไข่ครั้งละ 4-8 ฟอง ใช้เวลาฟักไข่ 23-25 วัน

__________________________________________________________________

เป็นนกขนาดกลาง - ใหญ่ มีสีสันสวยงามมาก นิสัยชอบอยู่เป็นคู่ หรือครอบครัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่ตามป่าที่รกทึบ หรือ ป่าไผ่ไม่ชอบที่โล่งแจ้ง ไม่ค่อยตื่นคนทำให้มองเห็นได้ง่าย หากินในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนมักจะจับคอนนอนตามกิ่งไม้ ไก่ฟ้าพญาลอบินได้ดีพอสมควร แต่ไปไม่ไกลและไม่สูงนัก

__________________________________________________________________

ชื่อสามัญ
Siamese Fireback
ชื่อวิทยาศาสตร์
Lophura diardi

ถิ่นกำเนิด
ทางภาคใต้ของแคว้นอัสสัม อินโดจีน ไทย กัมพูชา และลาว ในไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงใต้

ลักษณะ
คล้ายไก่ มีขนาดความยาว 60-82 ซม. ปีกกว้างสั้น บินได้แข็งแต่มักบินในระยะใกล้ๆ หางยาวใหญ่ ตัวผู้มีสีสันสวยกว่าตัวเมีย ตัวผู้บริเวณคอ อก และด้านบนลำตัวสีเทาเข้ม บนหัวมีพู่ขนสีดำ สะโพก ละโคนหางด้านหลัง มีขนสีแดงเหลือบ แซม เหลืองทอง หางยาวสีดำเหลือบเขียว ปลายหางโค้งลง ในตัวเมียลำตัวสีน้ำตาล ขนีหงอนบนหัวสีน้ำตาลแก่ ขนด้านล่างและขนหางด้านนอกสีน้ำตาลแดง ส่วนปีกและหางมีขีดสีดำลายขวาง ทั้งตัวผู้และตัวเมียขาสีแดงเข้ม และมีหนังสีแดงสด ที่หน้าคล้ายกำมะหยี่

นิสัย
ชอบอยู่เป็นคู่ หรือครอบครัวเล็กๆ ในป่าดงดิบรกทึบ หรือป่าไผ่

การขยายพันธุ์
เริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 3 ปี ผสมพันธุ์ในฤดูร้อน ทำรังตามพื้นดินที่เป็นแอ่งตื้นใต้พุ่มไม้ ออกไข่ครั้งละ 5-8 ฟอง ระยะฟักไข่ 24-25 วัน

อาหาร
เมล็ดพืช ผัก ผลไม้ แมลง ไข่มด และตัวหนอนมีกระดูกสันหลังเล็กๆ เช่น หนู กบ

________________________________________________________________


บทความข้างบน...

เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทความเรื่องไก่ฟ้าพญาลอที่พอจะหาได้ และมีอยู่น้อยนิด...

นี่คือข้อมูลของนกประจำชาติไทย ที่มีความสวยงาม และหายากในธรรมชาติ
ปัจจุบันพอพบเห็นได้บ้างในสวนสัตว์ต่างๆ

หลายคนไม่เข้าใจว่า การอนุรักษ์ของเรา เดินมาผิดทางหรือเปล่า?

การที่ทางราชการ ออกมาประกาศให้สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธ์ชนิดนั้น ชนิดนี้ เป็นสัตว์สงวน คุ้มครอง ที่ประชาชนไม่สามารถมีไว้ในครอบครองได้นั้น
จะเป็นการปกป้องและป้องกันการสูญพันธ์ของสัตว์ป่าเหล่านี้หรือเปล่า...
หรือ ช่วยให้ สัตว์ป่าเหล่านี้ สูญพันธ์เร็วขึ้น...???

เป็นเหตุวิกฤติอยู่แล้วที่เมื่อสังคมมนุษย์แผ่กระจายเข้ายึดครองพื้นที่ ซึ่งเดิมสัตว์ป่าได้อยู่อาศัยมาก่อน
การรุกรานโดยตรง การล่า การแย่งชิงผืนป่า ที่อยู่อาศัย ตลอดจนการทำลายล้างทางอ้อม เช่น มลภาวะเป็นพิษ น้ำเสีย พิษจากยาฆ่าแมลง ระบบนิเวศน์ที่ถูกทำลาย...ฯลฯ

พวกเขาเหล่านั้น ถูก ทำลายอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
การประกาศให้ทุกคนไม่ไปยุ่งเกี่ยว...เป็นการเยียวยา และรักษาเขาไว้ให้คงอยู่ จริงหรือ????

ลองคิดอีกแง่มุมหนึ่ง...
หากปล่อยให้ประชาชน เอกชน มีสิทธิเข้ามาช่วยดูแล หาทางเพาะเลี้ยง ขยายเผ่าพันธ์ ให้ดำรงค์สืบต่อไปได้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหรือไม่?

ดูอย่างช้างป่าเป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างชัดเจน...
ช้างป่าในธรรมชาติ เหลือ จำนวนน้อยมาก ในประเทศไทย
แต่ช้างเลี้ยง กลับออกลูกหลานเพิ่มจำนวนขึ้น
จริงอยู่ อาจมีข่าวประโคมบ้าง ว่ามีช้างเลี้ยงตาย
แต่ก็มีข่าว ช้างป่าตายไปเป็นจำนวนมากกว่า เช่น..ช้างตกเหวน้ำตกฯ
ช้างป่าถูกกับดักของนายพราน เป็นต้นฯ

ในต่างประเทศ มีเอกชน นำงูหลาม งูเหลือมไปผสมพันธ์ แพร่ขยายพันธ์ จนแพร่หลายเป็นสินค้าส่งออก...ตัวหนึ่งๆ ขายเป็นราคา หลายหมื่น หลายแสน (มีบางตัวขาย US$45,000) ได้เพิ่มจำนวน ไม่สูญพันธ์ และยังสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล!!!

ขณะที่ประเทศไทย ห้ามเลี้ยง ห้ามมี ใครมีใว้ในครอบครอง ผิด!!

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ดีและเห็นได้ชัดเจน..
คือ การเพาะเลี้ยงและอนุรักษ์พันธ์เสือ ของสวนเสือศรีราชา..
จากการนำเข้าเสือมาเพียงไม่กี่ตัว จนสามารถเพาะขยายพันธ์ได้เป็นจำนวนถึง 400 กว่าตัว
ลองคิดดูว่า หากอนุญาติให้เอกชน หรือประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเพาะเลี้ยง แพร่ขยายพันธ์ สัตว์ป่าที่สวยงามและหายากของเมืองไทย อาจเพิ่มจำนวนขึ้น ไม่ต้องจารึกคำว่า...
สูญพันธ์ไปแล้ว...อีก

อยากกราบวิงวอน ท่านผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้ พิจารณาเรื่องนี้เสียใหม่..
อย่าใช้วิธีแก้ปัญหา โดยการ คิดชั้นเดียว แล้วหักด้ามพร้าด้วยเข่าเลย...

ออกกฏหมายอย่างไร..สัตว์ป่า ก็ล้มตาย หรือ ถูกล่าไปทุกวัน...ท่านควบคุมได้จริงหรือ?
ซ้ำยังห้ามคนที่มีความรู้ความสามารถที่จะช่วยแพร่ขยายพันธ์ไม่ให้ไปแตะต้องอีก!

 







หากคุณมีรูป หรือ Clip VDO เด็ดๆ (Link ก็ได้) ส่งมาแบ่งให้เพื่อนๆชมได้ที่ forward@jabchai.com ครับ

Send to a friend ส่งต่อให้เพื่อน

Share On Facebook


 
 

                 
กดคะแนนเพื่อ Comment ได้ทันที คลิ๊ก

 
 
Click to see all comments
คะแนนโหวตเฉลี่ย 8.7
จากจำนวน 7 ความคิดเห็น
กดเพื่อดูความคิดเห็นทั้งหมด
 

Home  |  VDO Clips  |  Funny Pics  |   Unbelieve  |   Stories  |   Flash  |  Food  |   Pets  |   Love  |   Nightlife  |   กระทู้รวมมิตร  
VDO IT  | Technology  |  Music  |   Kids  |  Dream Girls  |  Movies  |  3D Virtual Tourกระทู้ IT  |   ติดต่อโฆษณา


eXTReMe Tracker