日本视觉系鼻祖X Japan演唱会(แปลไม่ออก)
X Japan - Forever Love
X Japan - Endless Rain [The Last Live]
X-Japan - Tears (Live)
X-Japan - The Last Live (Summary)
ประวัติ
X Japan (「エックス ジャパン」 , ekkusu japan , エックス ジャパン ? ) หรือ X (「エックス」 , ekkusu , エックス ? ) วงดนตรีจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมากได้ก่อตั้งวงมาเมื่อปี พ.ศ. 2525 โดยผู้ริเริ่มความคิดคือ โยชิกิ X Japan เป็นวงที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการเพลงของเพลงญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และเป็นวงที่ได้ชื่อว่าเป็นตำนาน
วงได้เริ่มดำเนินตามแผนในปี พ.ศ. 2519 สมาชิกที่ร่วมก่อตั้งมี โทชิ (โทชิมิทสึ เดยาม่า) และ โยชิกิ ซึ่งพวกเขาอายุได้แค่ 12 ปีเท่านั้น ต่อมาปี พ.ศ. 2522 ได้ก่อตั้งวงชื่อว่า Noise ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น X ในปี พ.ศ. 2525
ต่อมาได้ออกซิงเกิ้ลแผ่นแรกของวงชื่อ "I'll kill you" (มิถุนายน พ.ศ. 2528) สมาชิกในยุคนั้นมี: โยชิกิ (กลอง, เปียโน), โทชิ (ร้องนำ), ยูจิ (กีตาร์), โทโมะ (กีตาร์), โทคุโอะ (เบส) ภายใต้สังกัดของตัวเองโดยขายได้ 10,000 แผ่น
เมษายนปี พ.ศ. 2529 ได้ออกซิงเกิ้ลที่ชื่อ オルガスム (Orgasm) สมาชิกในยุคที่ 7 นี้มี: โยชิกิ (กลอง, เปียโน), โทชิ (ร้องนำ), จุน (กีตาร์), ฮิคารุ (เบส) ช่วงนี้ ทาอิจิ ได้เข้ามาร่วมวงแล้วแต่ได้ขอออกจากวงชั่วคราว
พ.ศ. 2530 ได้สมาชิกที่ลงตัวอันประกอบไปด้วย โยชิกิ (กลอง, เปียโน), โทชิ (ร้องนำ), ฮิเดะ (กีตาร์), พาตะ (กีตาร์), ทาอิจิ (เบส) และหลังจากนั้นได้ออกวางจำหน่ายอัลบั้มอินดีย์อัลบั้มแรกชื่อ "Vanishing Vision" (14 เมษายน พ.ศ. 2531) ภายใต้สังกัดของตัวเอง (Extasy Record) โดยมียอดขายสูงสุดติดอันดับ 1 ในชาร์ทอินดีย์
สิงหาคม พ.ศ. 2531 ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหม่ Sony Record เพื่อเตรียมการเมเจอร์ เดบิวท์ 21 เมษายน พ.ศ. 2532 ได้ออกวางจำหน่าย อัลบั้ม เมเจอร์ เดบิวท์ ชื่ออัลบั้มว่า BLUE BLOOD
พ.ศ. 2535 X เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่น และพวกเขาเริ่มมีความคิดเข้าสู่ตลาดโลก ซึ่งขณะนั้นในสหรัฐอเมริกานั้นได้มีวงที่ชื่อ X อยู่แล้ว พวกเขาจังตัดสินใจเปลี่ยนชื่อวงจาก X เป็น X Japan และช่วงนี้เองเป็นช่วงที่พวกเขาขาดมือเบส เนื่องจาก ทาอิจิ มือเบสคนเก่า ได้ออกจากวงไปแล้ว ในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2535 และก็ได้ ฮีท (ฺฮิโรชิ โมริเอะ ) เข้ามาเป็นมือเบสคนใหม่ ส่วน ทาอิจินั้นหลังจากออกจากวง X ก็ได้ออกไปอยู่กับวง Loudness ซึ่งเป็นวงอาจารย์ของเขาเอง
4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 อัลบั้ม DAHLIA ออกวางจำหน่าย อัลบั้มนี้ออกวางจำหน่ายทั่วโลก ภายใต้สังกัด East West Japan
22 กันยายน พ.ศ. 2540 X Japan ประกาศยุบวงที่ตั้งมายาวนานถึง 15 ปี โดยประกาศการยุบวงที่โรงแรมมิยาโกะ ในการแถลงข่าวครั้งนี้มีสมาชิกที่มา 4 คน คือ โยชิกิ, ฮิเดะ, พาตะ และ ฮีท ส่วน โทชิ นั้นได้ลาออกจากวงไปตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า มีความแตกต่างทางด้านแนวความคิดทางด้านดนตรี X Japan ไม่สามารถเปลี่ยนนักร้องนำใหม่ได้เพราะส่วนใหญ่เพลงของ X Japan แต่งโดยใช้พื้นฐานเสียงของโทชิเป็นหลัก จากการพิจารณาของสมาชิกทุกคนที่เหลือในวงหลายครั้งจึงตัดสินใจประกาศยุบวง
การกลับมารวมวงใหม่
ต้นปี พ.ศ. 2550 โทชิ นักร้องนำ ได้ออกมายืนยันการกลับมารวมตัวกันใหม่ของ X Japan ผ่านทางหน้าเว็บของเขาและบนนิตยสารเล่มหนึ่ง[ต้องการแหล่งอ้างอิง ] ส่วนการยืนยันจาก โยชิกิ หัวหน้าวงนั้น ยังไม่มีความแน่นอน เพราะทางโยชิกิยังคงเสียใจกับการตายของฮิเดะ และการแยกวงเมื่อสิบปีก่อน เขาเขียนใน มายสเปซ ของเขาไว้เพียงว่า "ขอเวลาสักพัก"[1]
ผลงานเพลง
อัลบั้ม
VANISHING VISION (14 เมษายน พ.ศ. 2531)
Blue Blood(21 เมษายน พ.ศ. 2532)
JEALOUSY (1 กรกฎาคม พ.ศ. 2534)
es dur
Silent Jealousy
MISCAST
Desparate Angel
White Wind From Mr. Martin
Voiceless Screaming
Stab Me In The Back
LOVE REPLICA
Joker
Say Anything
ART OF LIFE (25 สิงหาคม พ.ศ. 2536)
Art of Life
DAHLIA (4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539) โดยมีเพลงดังนี้
Dahlia
Scars
Longing [~togireta melody]
Rusty Nail
White poem
Crucify my love
Tears
Wriggle
DRAIN
Forever Love [Acoustic Version]
[ แก้ ] ซิงเกิ้ล
I'LL KILL YOU (มิถุนายน พ.ศ. 2528)
オルガスム (Orgasm) (เมษายน พ.ศ. 2529)
紅(Kurenai) (1 กันยายน พ.ศ. 2532)
ENDLESS RAIN (1 ธันวาคม พ.ศ. 2532)
WEEK END (21 เมษายน พ.ศ. 2533)
Silent Jealousy (11 กันยายน พ.ศ. 2534)
Standing Sex / JOKER (25 ตุลาคม พ.ศ. 2534)
Say Anything (1 ธันวาคม พ.ศ. 2534)
Tears (10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536)
Rusty Nail (10 กรกฎาคม พ.ศ. 2537)
Longing ~跡切れた Melody~ (1 สิงหาคม พ.ศ. 2538)
Longing ~切望の夜~ (11 ธันวาคม พ.ศ. 2538)
DAHLIA (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539)
Forever Love (8 กรกฎาคม พ.ศ. 2539)
CRUCIFY MY LOVE (26 สิงหาคม พ.ศ. 2539)
SCARS (18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539)
Forever Love (Last Mix) (18 ธันวาคม พ.ศ. 2540)
THE LAST SONG (18 มีนาคม พ.ศ. 2541)
ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
ปล. ใครเจอคลิปจากที่อื่นเพิ่มเติม ก็ช่วยกันแปะลิงค์ในกระทู้ได้เลยครับ