Camcorders
  Computer's Components
  Digital Camera
  Fashion
  Home Appliances
  Mobile Phones
  Monitors & Projectors
  MP3 & Digital Music
  Music Instruments
  Networking
  Notebooks
  PDAs & Dictionaries
  Point of Sales
  Printers and Scanners
  Video & Audio
  Watches & Clocks


ติดต่อลงโฆษณา

สุดยอดVDO     Funny Pics     Unbelieve     Stories     Flash    Food     Kids       Love     Nightlife      กระทู้รวมมิตร  
Your VDO        เพลงแต่งเอง       Technology        Music         Dream Girls       Movies        ธรรมะ         ติดต่อโฆษณา   
เมื่อ บีบอย 2 กลุ่มมาปะทะกัน ความมันส์ ก็บังเกิด

Your Vote Rating 9.2 from 38 users
จำนวนผู้เข้าชม 29850 ครั้ง
See All Comments







 สเตปแรกๆ สำหรับคนเริ่มหัดเต้นบีบอย

Toprock
ท่านี้เป็นท่าแรกที่คุณควรจะทำก่อนทำสิ่งต่างๆเนื่องจากเป็น
basic ที่จำเป็นอย่างยิ่ง Toprock คือ step ที่ b-boy ทำ
ก่อนที่จะเริ่ม ทำ Footwork หรือ Power Moves ต่างๆ
ความจริงท่านี้คุณไม่จำเป็นต้องรู้อะไรเลย เพราะว่ามันจะออก
มาจากอารมณ์ของคุณเองโดยที่ใครก็กำหนดไม่ได้ เหมือนกับ
ว่าคุณ ฟัง hip-hop แล้วคุณก็โยกไปโย่ไปไรประมาณนี้ แต่
เราก็มีแนวทางที่ b-boy ส่วนใหญ่ ใช้ เล่น Toprock โดยมี
step ดังนี้
1) ก้าวเท้าขวาเฉียงไปด้านซ้าย
2) ก้าวขวากลับมายืนที่เดิมคุณสามารถกระโดดก็ได้
3) ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปทางขวา
4) ก้าวกลับมาที่เดิม อาจกระโดดก็ได้
นอกจากนี้ยังมีการเดินเป็นวงกลมและสามารถรวม step
ข้างต้นลงไปก็ได้ซึ่งขึ้นอยู่กับเรา และนอกเหนือจากนี้คุณยัง
สามารถดูจากวีดีโอเบรคฯและสามารถนำสไตล์ของผู้อื่นมาดัด
แปลงก็ได้ แต่อย่างไรก็ดีเราไม่ควรลอกสไตล์ใครมาเลย
เพราะมันจะเป็นการหมิ่นอย่างมาก ซึ่งแต่ล่ะคนจะมีสไตล์
การเต้น Toprock ต่างกันไปตามอารมณ์ ของแต่ล่ะคน
หรืออาจมาจากศิลปการต่อสู้ ,การเต้นแบบอื่น ,และการ
ผสมผสานของสิ่งต่างๆเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ซึ่งจะเป็น
สไตล์ที่ออกมาจาข้างในของแต่ล่ะบุคคลซึ่งแน่นอนมันจะ
ต้องต่างกันมาก
Tip ; ท่านี้เป็นท่า freestyle เทคนิคคือเอกลักษณ์ของแต่ล่ะคนครับ

ท่านี้เป็น step ที่ b-boy ทุกคนควรรู้เพราะมันเป็น basic ที่ b-boy ใช้เอาไว้ท้าทาย
คู่ต่อสู้ที่จะ battle ด้วยโดยการเดินหอบน หรือ Toprock ไปบริเวณด้านหน้าของ
คนที่เราจะเหน็บ แล้วก็ใช้ step Uprock ใส่คนที่เราจะเหน็บก็จะออกมา Uprock กับ
เราด้วย Uprock ลักษณะของมันจะคล้ายการต่อสู้ แต่จะเป้นการเล่นมุขเช่นเอา
ไม้มาตีหัว(จริงๆไม่มีไม้อะไรหรอกแค่ทำท่าเหมือนถือไม้แล้วก็ตีหัวอะไรแบบนั้นครับ)
การ Uprock จะไม่มีแพ้ชนะแต่จะสามารถปลุกอารมณ์ของคนที่เราจะเหน็บได้ในระดับ
หนึ่งเลยทีเดียวล่ะครับ เรามาดู step original ของ Uprock กันเลยดีกว่า
เริ่มด้วยท่ายืนตรง
1.กระโดดเบาๆอยู่กับที่แล้วแยกขาออกไปด้านหน้าและหลังโดยเท้าซ้าย
อยู่ข้างหน้าและเท้าขวาอยู่ด้านหลังพร้อมกับฮุกแขนทั้งสองไปด้านหน้า

2.กระโดดสลับขาเช่นเดิมให้เท้าขวาอยู่ด้านหน้าและเท้าซ้ายอยู่ด้านหลังแทน
ส่วนแขนทั้งสองที่ใช้ฮุกดึงมาข้างลำตัวแทน

3.คราวนี้ให้เตะขาซ้ายและขวาไปข้างหน้า
4.จากนั้นนั่งลงยองๆ และเตรียมที่จะลุกขึ้นมาสู่ step แรกเช่นเดิมและวนไป

การใส่มุขของ Uprock ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป๊ะๆทุก step แต่ขอให้เราทำท่าให้
ลงจังหวะก็เป็นพอแล้วส่วนการคิดมุขมักจะชอบใส่ใน step แรกเช่น เปลี่ยนจาก
ฮุกเป็นเอาไม้ตีหัว เป็นต้น

( หมุนหลัง )
เป็นท่าที่ง่ายที่สุดในการหมุน ได้รับความนิยมมากในสมัยก่อน
สามารถใช้ต่อท่า จาก Windmill เพื่อความสวยงาม
เริ่มจากการ นอนหงายลงบนพื้น ไม่ให้ศีรษะโดนพื้น จากนั้น
ให้ใช้ขาขวา เตะกวาดในลักษณะตามเข็มนาฬิกา เป็นวงกลม
แล้วเตะขาซ้ายกวาดตามมาเล็กน้อย จากนั้นให้งอเข่าทั้งสองข้าง
ยกก้นให้ลอยจากพื้นแล้วใช้ สะบัก หรือแผ่นหลังด้านบน หมุน
ขณะหมุนเก็บคองอเข่า เพื่อให้ได้รอบมากขึ้น
ในช่วงแรกๆของท่านี้สำหรับบางคนจะเสียสมดุลบนหลัง
ของตนวิธีการคือให้หลังจากเตะกวาดแล้วให้เก็บคองอเข่า
ให้เร็วที่สุดเพื่อให้ร่างกายหมุนเหวี่ยงไปตามแรง
Tip พยายามทำให้เหลือพี้นที่ที่ใช้หมุนให้น้อยที่สุดเพื่อเพิ่มรอบหรือ
ให้ชูขาทั้งสองขึ้นช้าๆขณะหมุนเพื่อให้รอบมากขึ้น


เป็นท่าที่ที่นิยมกันมากในการฝึกซึ่งเป็นท่ายากท่าหนึ่งและ
ท่านี้เป้นท่าที่ผมค่อนข้างถนัดมาก และก็ชอบเป็นการส่วนตัว
ลักษระของท่านี้จะเป็นการหมุนตัวอยู่บนแขนที่กำลังหกสูง
ข้างเดียว เป็นการง่ายถ้าคุณสามารถทำหกสูงเดินเป็นวงกลมได้
เพราะฉนั้นพื้นฐานของท่านี้คือหกสูง คุณควรฝึกทรงตัวบนหกสูง
ให้ดีก่อน
แบบที่ 1
(เราจะหมุนบนมือซ้าย)
เริ่มโดยการยืนตรงแล้วนำขาขวามาไขว้ไว้บนขาซ้ายจากนั้นให้ตีล้อเกวียน
ไปทางซ้ายแต่ไม่ต้องให้ตีล้อเกวียนไปอีกข้างหนึ่งแต่ตีล้อเกวียนให้ขาลอยขึ้น
ไปทำหกสูงได้ เท่านั้นพอ เมื่อขึ้นไปหกสูงได้แล้ว ให้เอนน้ำหนักทั้งหมดของ
คุณไปที่มือซ้าย (ขณะเดียวกันนี้ขาทั้งสองของคุณที่ไขว้กันจะหลุดออกจากกัน)
จากนั้นให้ตีศอกขวาไปด้านหลัง ให้ตัวหมุนอยู่บนมือซ้าย
แบบที่ 2
(หมุนบนมือซ้ายเช่นกัน)
เริ่มโดยการยืนแยกขาทั้งสองประมาณ 30 องศา กางแขนออก จากนั้นให้
วางมือขวาบนพื้นด้านหน้าเท้าซ้ายจากนั้นให้เตะขาซ้ายไปด้านหลัง แรงพอ
ที่จะทำให้เท้าขวาลอยขึ้นจากพื้น เมื่อเท้าทั้งสองของคุณลอยขึ้นจากพื้นแล้ว
ลำตัวของคุณจะเหวี่ยงเป็นวงกลมในแนวดิ่ง ให้คุณวางมือซ้ายของคุณ
ลงบนพื้น ใกล้กับมือขวาจากนั้นให้ถีบขาขวาไปด้านหลัง (ถีบขึ้นไปตรง)
แล้วปล่อยมือขวา (ขณะนี้น้ำหนักทั้งหมดของคุณจะอยู่บนแขนซ้าย)
ร่างกายของคุณจะหมุนอยู่บนมือซ้าย พยายามเกร็งแขน ซ้ายไว้ และทรงตัว
1990 แบบอื่น
2000 ; คือท่า 1990 แต่ใช้มือขวามาวางบนมือซ้ายตอนหมุนท่านี้จะค่อนข้างทรงตัวดี
Reverse 1990 ; คือ จากที่คุณหมุนซ้ายก็เปลี่ยนเป็นทือขวาแทนแต่ลำตัวของคุณจะหมุน
ในด้านเดิม ท่านี้จะหมุนค่อนข้างยาก
Elbow 90 ; มันคือ 1990 แต่ว่า ใช้ศอกแทนมือของคุณ
วิธีเพิ่มรอบ
แบบงอเข่า แล้วยืดขา
หลักของมันจะเหมือนกับท่า Headspin แต่ใช้มือแทน คือเหมือนกันตรงที่
เมื่อคุณเตะขาขึ้นไปแล้วให้งอเข่าแบบนั่งชันเข่าข้างเดียว ทรงตัวให้ได้ ซัก
2-3 รอบแล้วจึงยืดขาทั้งสอง ขึ้นเพื่อเพิ่มรอบเป็น 5-6 รอบ
แบบถีบจักรยาน
ก็แบบที่คุณ ถีบจักรยาเลยล่ะถ้าจะตกก็ถีบขึ้นไปอีก
แบบรวบขารวดเดียว
แบบนี้จะยากที่สุดเพราะมันจะเหวี่ยงแรงมากทำได้โดยเมื่อคุณแตะ 1990
ขึ้นไปได้แล้วให้คุณรวบขาทั้งสองมาชิดกัน หรือมาไขว้กันจะทำให้คุณ
ได้รอบมาก
ข้อควรระวัง ; คุณควรหกสูงให้ดีก่อนทำท่านี้มิฉนั้นคุณอาจได้รับบาดเจ็บบริเวณ
ศีรษะ แขน เข่า เท้า ฯลฯ ถ้ารู้สึกล้าที่ช่วงต้นแขนให้นอนหลับพักผ่อน
Tip ; หกสูงดีๆเชื่อผม ถ้ามือซ้ายมือเดียวได้ก็จะดีมาก


ท่านี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากท่า 1990's ซึ่งเป็นที่ใช้การทรงตัวมากแต่ถ้าเป็น 2000's
จะทรงตัวได้ง่ายกว่าแต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจจะหนืดกว่า 1990's เล็กน้อย
ลักษณะของท่า 2000's คือเหมือน 1990's ทุกอย่างเว้นแต่ว่ามือขวาวางทับไว้
บนมือซ้ายเพื่อเพิ่มการทรงตัวให้มากกว่าเดิมทำให้คุณไม่ต้องเอียงน้ำหนักไปทางซ้าย
มากนัก
การเพิ่มความเร็วและรอบ ;
เหมือนกับ 1990's ทุกอย่างแต่ส่วนใหญ่แบบที่มี
ประสิทธิภาพคือการรวบขาทั้งสองเพื่อที่จะเกลียงตัว
คำแนะนำ ; คุณอาจหาผ้าหรือบางอย่างมาพันฝ่ามือก็ได้เพื่อความไม่ฝืดในการหมุน



คุณจำเป็นจะต้องมีคอที่แข็งแรงสำหรับท่านี้เนื่องจากคุณจะต้องใช้
คอของคุณรับน้ำหนักตัวของคุณทั้งหมด ซึ่งถ้าคอของคุณไม่แข็ง
แรง อาจทำให้คอคุณหักได้ ท่านี้ถือเป็นท่าที่อันตรายพอสมควร
การสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อคอของคุณมีดังนี้
โดยคุณจะต้องทำหกสามเส้า โดยการเอาหัวตั้งกับพื้นแล้วใช้
มือทั้งสองประคองไว้ด้านหน้ายกขาทั้งสองขึ้นจากพื้น
(ในครั้งแรกคุณอาจจะเอาเข่าทั้งสองมาวางพักไว้บนศอกก่อน
ก็ได้) ทำลักษณะนี้ นานประมาณ 15-30 วินาที ต่อ 1 ครั้ง
วัน ล่ะ 3 ทำลักษณะนี้ไปซักเดือนนึง เมื่อทรงตัวได้ ก็ ลอง
ขยับขาทั้งสองข้างดู อ้าบ้างหับบ้างเหวี่ยงซ้ายบ้างขวาบ้าง
แต่อย่าให้ศีรษะขยับ และอย่าปล่อยมือ ก่อนที่คุณจะเริ่มการหมุน
คุณควรหาจุดที่คุณจะหมุนบนศีรษะของคุณให้ได้ก่อน จุดที่คุณ
สามารถทรงตัวบนศีรษะของคุณได้แบบแน่นอนแบบไม่โซเซไป
ไหน เมื่อคุณหาจุดทรงตัวได้แล้วก็ให้กางขาของคุณทั้งสองออก
ให้ขาทั้งสองของคุณกางไว้ จากนั้นให้เหวี่ยง ขาขวามาด้านหน้า
ขาซ้ายเหวี่ยงไปด้านหลัง แล้วจากนั้นให้เหวี่ยงขาขวาไปด้านขวา
(ด้านขวาขางคุณตอนกำลังกลับหัว) ส่วนขาซ้ายก็เหวี่ยงตามขาขวา
มา จากนั้นลำตัวของคุณจะบิด ให้คุณปล่อยมือทั้งสองออกจากพื้น
(ขาทั้งสองของคุณต้องกางตลอดเวลา) แล้ว ให้เหวี่ยงแขนทั้งสอง
มาจับพื้นอีกครั้ง (หัวของคุณจะหมุนเมื่อคุณปล่อยมือและเมื่อกลับ
มาใช้มือวางที่พื้นอีกครั้งขาของคุณจะเหวี่ยงแต่หัวคุณจะไม่หมุน)
ขาของคุณจะเหวี่ยงไปเหมือนท่าเริ่ม แล้วให้คุณทำลักษณะเดิมอีก
จนกว่าคุณจะรู้สึกว่าทรงตัวอยู่บนหัวได้ โดยไม่ใช้มือ เมื่อแรง
เหวี่ยงได้ระดับให้คุณปล่อยมือ แล้วกางแขนออกเพื่อคุมการทรงตัว
ส่วนขาอยู่ ในลักษณะใดก็ได้ที่คุณสามารถ ทรงตัวอยู่ได้ ถ้าแรงเหวี่ยง
หมดคุณสามารถ ปั่นต่อได้ตามวิธีข้างต้น
การเพิ่ม speed ขณะปล่อยมือ
โดยการที่กำลังหมุนอยู่ในท่างอเข่าแล้วค่อยๆเหยียดขาขึ้นไป
ข้อควรระวัง ; ท่านี้อาจทำให้คุณบาดเจ็บบริเวณคอของคุณได้โดยตรง
จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษก่อนทำหรือฝึกท่านี้ทุกครั้งควร
จะวอร์มคอก่อน โดยการหมุนไปทางซ้ายและขวา ด้านล่ะ
10 ครั้ง เงยค้างไว้ 10 วินาที ก้มค้างไว้ 10 วินาที
และถ้าคุณยังหาจุดที่ใช้หมุนไม่ได้ก็จงอย่าหมุน จนกว่าจะหาเจอ
Tip ; เวลาปั่น ให้กางขาไว้และพยายามทำหลังให้ตรง ไม่ให้สะโพกตก
ส่วนเวลาทรงตัวให้ กางแขนทั้งสองเพื่อควบคุมการทรงตัว


นี่เป็นท่า Oldschool ท่าหนึ่งซึ่งในสมัยก่อนนิยมใช้กันมาก
เนื่องจากในสมัยนั้นยังมีท่า Powermoves น้อยมาก การทำท่าเพียว
ๆเช่น Kneespin จึงไม่เป็นท่าที่แปลกในสมัยนั้นแต่ปัจจุบัน นิยม
นำท่านี้ไปประยุกต์ใส่ในการเล่นท่า Style ซะมากกว่าครับ
มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ เริ่มโดยที่คุณ คุกเข่าทั้งสองของคุณลง
จากนั้นยกเข่าซ้ายของคุณแล้วชูไปด้านหลังวางมือทั้งสองของคุณไว้ด้าน
หน้าเพื่อประคองตัวไม่ให้ล้ม (ขณะนี้เท้าขวาของคุณจะไม่สัมผัสพื้น)
คราวนี้เราจะใช้เข่าขวาของคุณเป็นจุดหมุน จากนั้นคุณก็เริ่มปั่นโดย
การให้ตัวคุณหมุนโดยใช้มือทั้งสองของคุณช่วยเหลือ ปั่นโดยการให้ตัวคุณหมุน
ไปทางซ้ายปั่นไปเรื่อยๆจนได้แรงเหวี่ยง ขณะเดียวกันนี้นขาซ้ายคุณจะต้อง
ชูตึงขนานกับพื้นไปด้านหลังเพื่อคงสมดุล เมื่อแรงเหวี่ยงเริ่มมากให้คุณลอง
ปล่อยมือทั้งสองข้างและกางแขนออก แล้วชูลู่ไปด้านหลังตัวคุณจะหมุนอยู่บนเข่า
ของคุณ
Tip ; ชูขาซ้ายให้ตึงและชูขนานไปกับพื้น เพื่อทรงตัว
คำแนะนำ ; คุณควรใส่การเกงขายาว หรือ สนับเข่าเพื่อป้องกันการเสียดสี


ท่านี้คือท่าเดียวกับท่า 1990's แต่เปลี่ยนจากมือเป็นการ
ใช้ศอกเป็นจุดหมุนแทน ท่านี้มีสองลักษณะคือ แบบศอกแหลมและ
ท่อนแขน เราจะมาเริ่มแบบท่อนแขนซึ่งเป็นแบบง่ายกันดูก่อนนะ
ครับ
แบบท่อนแขน
เริ่มในลักษณะยืนขากางเล็กน้อย วางมือขวาไปวางหน้าเท้าซ้าย
เหมือนท่าแตะสลับ จากนั้นเตะขาซ้ายด้านหลังเฉียงไปทางหูขวา
และ เตะขวาตามขาซ้ายขึ้นไปจากนั้น วางท่อนแขนช่วงบนของแขนซ้าย
บนพื้นให้ศอกซ้ายของคุณสัมผัสพื้นด้วย เพราะเราจะใช้ศอกเป็นจุด
หมุน จากนั้นเอียงศีรษะแนบชิดแขนซ้าย เพื่อเอียงน้ำหนักไปที่จุด
หมุนคือศอกซ้ายจากนั้น สะบัดไหล่ขวาไปด้านหลังเพื่อ turn ตัวให้
หมุน บนศอกซ้าย แล้วทรงตัว ท่านี้จะใช้หลักคล้าย 1990's
แบบศอกแหลม
แบบศอกแหลมใช้ท่าเริ่มแบบเดียวกับแบบแรกแต่ว่าเราใช้แขนท้าวคาง
แล้วใช้มุมศอกเป็นจุดหมุน อ๊ะๆ อย่าตกใจเพราะว่า เราไม่ใช้ส่วน
แหลมของมุมศอก ทันทีแต่เราจะใช้ บริเวณล่างลงมาถัดจากมุมศอกเล็ก
น้อยเพื่อใช้ในการหมุนซึ่งส่วนนี้จะมีลักษณะเรียบ
Tip ; เหมือน tip ของ 1990's
คำแนะนำ ; คุณควรหาสนับศอกมาใช้ เอาแบบผ้าจะเหมือนที่สุด



ท่านี้เป็นท่าหนึ่งที่สวยงามและผู้คนนิยมฝึกมักจะพบในมิวสควีดีโอ
บ่อยๆ ลักษณะของท่านี้คือจะใช้ส่วนบนของร่างกายหมุนบนพื้น
ในขณะที่ขาทั้งสองหมุนและลอยอยู่ในอากาศ ท่านี้เป็นท่า
PowerMoves ที่ใช้หลัก Momentum ซึ่งถ้าหมุนไปรอบ
แรกก็จะมี แรงเหวี่ยงต่อมารอบที่สอง
ท่านี้เป็นท่าระดับกลางซึ่งยากในระดับหนึ่งครับ พื้นฐานท่านี้คือท่า Pose
ก่อนอื่นทำท่าเริ่มของท่า Pose ก่อนแต่กางขาทั้งสองออก แล้วยก
ขาซ้ายขึ้นค้างไว้ในอากาศ
ตั้งท่าเริ่ม แล้วเริ่มโดยการใช้มือขวาปัดพื้นให้ลำตัวเหวี่ยง
ไปด้านขวา ในแนวราบ จากนั้นยกขาขวาขึ้นเตะไปด้านขวาของลำตัว
ขณะนี้ให้พับข้อศอกซ้ายให้ลำตัวยุบลงและเตะขาซ้ายเลียดพื้นมา
พยายามให้ขาทั้งสอง**กาง**และ**ตึง** (สำคัญมาก)
ขณะนี้คุณจะกลิ้งลงมาอยู่บน ท่านอนหงาย ก้นจะลอยจากพื้น
ขาทั้งสองอยู่ในอากาศ เมื่อขาซ้ายของคุณเหวี่ยงขึ้นมาทางซ้ายของคุณ
และขวาเหวี่ยงเลียดพื้นไปด้านล่าง ให้พลิกตัวไปทางขวาโดยเก็บพับ
(ขาทั้งสองกางและตึงตลอดเวลา)แขนขวาไว้ข้างลำตัว แล้ววางมือซ้ายไว้ที่พื้น
ใช้แขนขวาที่พับอยู่ดันพื้น ให้ท้องวางที่ศอกซ้ายเช่นท่าเริ่ม
ข้อควรระวัง ; ควรพับศอกซ้ายให้สุดเนื่องจากถ้าน้อยเกินไปจะทำให้
สะโพกกระแทกพื้นได้ ขาทั้งสองควรกางและตึงตลอดเวลา
เนื่องจากจะทำให้เข่าหรือขาส่วนอื่นกระแทกพื้นได้
Tip ขาทั้งสองต้องกางและตึงตลอดเวลา สำคัญมาก
และ การพับข้อศอกซ้ายควรจะพับให้เต็มข้อ
Windmill ยังมีแบบอื่นๆอีกที่สวยงามและยากตามลำดับได้แก่
Nutcracker ; คือ Windmill แบบจับเป้ากางเกง แล้วใช้การสะบัดลำตัวเอา
อาจใช้หัวหรือไม่ใช้หัวค้ำแทน Pose ก็ได้ ขึ้นอยู่กับแรงเหวี่ยง
Barrel ; แบบทำมือลักษณะเหมือนกอดถึงน้ำมัน ใช้การหวี่ยงของแขนทั้งสอง
ใช้หัวค้ำแทน Pose ในเวลาลำตัวคว่ำ ขาลอยสูง
Airplane ; ทำแบบเดียวกับ Barrel แต่กางแขนออกเหมือนปีกเครื่องบิน
Sumo ; ทำแบบเดียวกับ Nutcracker แต่ใช้มือจับเข่า
Superman ; ชูแขนเหมือน Superman ใช้ลำตัวและหลังกลิ้งตัวไปรอบๆ
Genie ; ทำแบบ Nutcracker แต่กอดอก
Babymill ; ทำแบบ Barrel แต่เท้าทั้งสองข้างเกี่ยวกันไว้แล้วถีบ
Tombstone ; ทำแบบ Babymill แต่ขาทั้งสองเหยียดตึงไม่ถีบ
Double mill ; ทำคล้าย Barrel แต่เบิ้ลรอบ
นี่คือ windmill แบบอื่นๆซึ่งบางคนอาจจะเคยเห็น จากในวีดีโอมาบ้าง
แต่ยังไงก็ขอให้ฝึกต่อไปครับขยันๆแล้วจะรุ่งครับ


เกิดจากการพัฒนามาจาก Windmill แบบธรรมดาโดยทำให้เร็วและคล่อง
ตัวขึ้นคือแบบปล่อยมือแต่แขนทั้งสองจะอยู่ในลักษณะ คล้ายกอดถังน้ำมัน
อยู่ จะใช้หลังและศีรษะแต่ไม่ใช้มือในการหมุน Windmill ชนิดนี้จะสามารภ
เพิ่ม speed ได้ง่ายกว่า Windmill ธรรมดา มาก
วิธีการฝึก
ในช่วงแรกโดยการ Windmill ธรรมดา ให้สูงและพยายามให้ศีรษะบริเวณ
เหนือหน้าผากสัมผัสพื้นทั้งแถบทุกรอบที่ Windmill จากนั้นทำให้คล่อง
(ระวังหัวโขลก)เมื่อคล่องแล้วให้เริ่มใช้หัวแทนมือเมื่อด้านหน้าหันสู่พื้นโดยการ
สะบัดตัวไปตามแรงเหวี่ยงจังหวะนั้หัวคุณอาจโขลกได้ วิธีการคือให้เอียงศีรษะ
ไปทางขวาเล็กน้อย(สำหรับคนที่ Pose ซ้าย)เพื่อศีรษะจะไม่โขลกกับพื้น
ส่วนมือกันคล้ายกับการโอบกอดถังน้ำมันไว้ข้างหน้าถ้าต้องการเพิ่ม speed
ในแต่ล่ะรอบให้คุณใช้แขนที่คล้ายการกอบถังน้ำมัน เหวี่ยงไปรอบๆ แล้ว
เพิ่มความเร็วๆ
คำแนะนำ ; คุณควรใส่หมวกถุงเพื่อป้องกันการหัวโขลกได้


--> Kneespin <--
นี่เป็นท่า Oldschool ท่าหนึ่งซึ่งในสมัยก่อนนิยมใช้กันมาก
เนื่องจากในสมัยนั้นยังมีท่า Powermoves น้อยมาก การทำท่าเพียว
ๆเช่น Kneespin จึงไม่เป็นท่าที่แปลกในสมัยนั้นแต่ปัจจุบัน นิยม
นำท่านี้ไปประยุกต์ใส่ในการเล่นท่า Style ซะมากกว่าครับ
มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ เริ่มโดยที่คุณ คุกเข่าทั้งสองของคุณลง
จากนั้นยกเข่าซ้ายของคุณแล้วชูไปด้านหลังวางมือทั้งสองของคุณไว้ด้าน
หน้าเพื่อประคองตัวไม่ให้ล้ม (ขณะนี้เท้าขวาของคุณจะไม่สัมผัสพื้น)
คราวนี้เราจะใช้เข่าขวาของคุณเป็นจุดหมุน จากนั้นคุณก็เริ่มปั่นโดย
การให้ตัวคุณหมุนโดยใช้มือทั้งสองของคุณช่วยเหลือ ปั่นโดยการให้ตัวคุณหมุน
ไปทางซ้ายปั่นไปเรื่อยๆจนได้แรงเหวี่ยง ขณะเดียวกันนี้นขาซ้ายคุณจะต้อง
ชูตึงขนานกับพื้นไปด้านหลังเพื่อคงสมดุล เมื่อแรงเหวี่ยงเริ่มมากให้คุณลอง
ปล่อยมือทั้งสองข้างและกางแขนออก แล้วชูลู่ไปด้านหลังตัวคุณจะหมุนอยู่บนเข่า
ของคุณ
Tip ; ชูขาซ้ายให้ตึงและชูขนานไปกับพื้น เพื่อทรงตัว
คำแนะนำ ; คุณควรใส่การเกงขายาว หรือ สนับเข่าเพื่อป้องกันการเสียดสี


Windmill
ท่านี้เป็นท่าหนึ่งที่สวยงามและผู้คนนิยมฝึกมักจะพบในมิวสควีดีโอ
บ่อยๆ ลักษณะของท่านี้คือจะใช้ส่วนบนของร่างกายหมุนบนพื้น
ในขณะที่ขาทั้งสองหมุนและลอยอยู่ในอากาศ ท่านี้เป็นท่า
PowerMoves ที่ใช้หลัก Momentum ซึ่งถ้าหมุนไปรอบ
แรกก็จะมี แรงเหวี่ยงต่อมารอบที่สอง
ท่านี้เป็นท่าระดับกลางซึ่งยากในระดับหนึ่งครับ พื้นฐานท่านี้คือท่า Pose
ก่อนอื่นทำท่าเริ่มของท่า Pose ก่อนแต่กางขาทั้งสองออก แล้วยก
ขาซ้ายขึ้นค้างไว้ในอากาศ
ตั้งท่าเริ่ม แล้วเริ่มโดยการใช้มือขวาปัดพื้นให้ลำตัวเหวี่ยง
ไปด้านขวา ในแนวราบ จากนั้นยกขาขวาขึ้นเตะไปด้านขวาของลำตัว
ขณะนี้ให้พับข้อศอกซ้ายให้ลำตัวยุบลงและเตะขาซ้ายเลียดพื้นมา
พยายามให้ขาทั้งสอง**กาง**และ**ตึง** (สำคัญมาก)
ขณะนี้คุณจะกลิ้งลงมาอยู่บน ท่านอนหงาย ก้นจะลอยจากพื้น
ขาทั้งสองอยู่ในอากาศ เมื่อขาซ้ายของคุณเหวี่ยงขึ้นมาทางซ้ายของคุณ
และขวาเหวี่ยงเลียดพื้นไปด้านล่าง ให้พลิกตัวไปทางขวาโดยเก็บพับ
(ขาทั้งสองกางและตึงตลอดเวลา)แขนขวาไว้ข้างลำตัว แล้ววางมือซ้ายไว้ที่พื้น
ใช้แขนขวาที่พับอยู่ดันพื้น ให้ท้องวางที่ศอกซ้ายเช่นท่าเริ่ม
ข้อควรระวัง ; ควรพับศอกซ้ายให้สุดเนื่องจากถ้าน้อยเกินไปจะทำให้
สะโพกกระแทกพื้นได้ ขาทั้งสองควรกางและตึงตลอดเวลา
เนื่องจากจะทำให้เข่าหรือขาส่วนอื่นกระแทกพื้นได้
Tip ขาทั้งสองต้องกางและตึงตลอดเวลา สำคัญมาก
และ การพับข้อศอกซ้ายควรจะพับให้เต็มข้อ
Windmill ยังมีแบบอื่นๆอีกที่สวยงามและยากตามลำดับได้แก่
Nutcracker ; คือ Windmill แบบจับเป้ากางเกง แล้วใช้การสะบัดลำตัวเอา
อาจใช้หัวหรือไม่ใช้หัวค้ำแทน Pose ก็ได้ ขึ้นอยู่กับแรงเหวี่ยง
Barrel ; แบบทำมือลักษณะเหมือนกอดถึงน้ำมัน ใช้การหวี่ยงของแขนทั้งสอง
ใช้หัวค้ำแทน Pose ในเวลาลำตัวคว่ำ ขาลอยสูง
Airplane ; ทำแบบเดียวกับ Barrel แต่กางแขนออกเหมือนปีกเครื่องบิน
Sumo ; ทำแบบเดียวกับ Nutcracker แต่ใช้มือจับเข่า
Superman ; ชูแขนเหมือน Superman ใช้ลำตัวและหลังกลิ้งตัวไปรอบๆ
Genie ; ทำแบบ Nutcracker แต่กอดอก
Babymill ; ทำแบบ Barrel แต่เท้าทั้งสองข้างเกี่ยวกันไว้แล้วถีบ
Tombstone ; ทำแบบ Babymill แต่ขาทั้งสองเหยียดตึงไม่ถีบ
Double mill ; ทำคล้าย Barrel แต่เบิ้ลรอบ
นี่คือ windmill แบบอื่นๆซึ่งบางคนอาจจะเคยเห็น จากในวีดีโอมาบ้าง


หากคุณมีรูป หรือ Clip VDO เด็ดๆ (Link ก็ได้) ส่งมาแบ่งให้เพื่อนๆชมได้ที่ forward@jabchai.com ครับ

Send to a friend ส่งต่อให้เพื่อน

Share On Facebook

 
 

                 
กดคะแนนเพื่อ Comment ได้ทันที คลิ๊ก

 
 
Click to see all comments
คะแนนโหวตเฉลี่ย 9.2
จากจำนวน 38 ความคิดเห็น
กดเพื่อดูความคิดเห็นทั้งหมด
 

Home  |  VDO Clips  |  Funny Pics  |   Unbelieve  |   Stories  |   Flash  |  Food  |   Pets  |   Love  |   Nightlife  |   กระทู้รวมมิตร  
VDO IT  | Technology  |  Music  |   Kids  |  Dream Girls  |  Movies  |  3D Virtual Tourกระทู้ IT  |   ติดต่อโฆษณา


eXTReMe Tracker