Web Toolbar by Wibiya
Dino-Lite Handheld Microscopes
Stereo Microscopes
Biological Microscopes
Material Science Microscopes
Metallurgical Microscopes & Analysis Software
Metal Sample Preparation Machines
Inverted Microscopes
Smartscope (Image Measuring)
Atoms Auto Profile Projector
Mini Hi-Power Microscope
Macro Zoom Microscope
360' Microscopes
Gem Microscopes
Polarizing Microscopes
Capiscopes (nail scope)
Fluorescense Microscopes
DIC Microscopes
Microscope Digital Camera
Light & Accessories
*Measuring Solutions
News & Activities
Service & Support
About us
Contact us



ติดต่อลงโฆษณา


สุดยอดVDO     Funny Pics     Unbelieve     Stories     Flash    Food     Kids       Love     Nightlife      กระทู้รวมมิตร  
Your VDO        เพลงแต่งเอง       Technology        Music         Dream Girls       Movies        ธรรมะ         ติดต่อโฆษณา   
วานูอาตู - ประเทศที่ประชากรมีความสุขมากที่สุดในโลก

Your Vote Rating 8.6 from 16 users
จำนวนผู้เข้าชม 30789 ครั้ง
See All Comments







Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



วานูอาตู เป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก ผมเลย เอา คลิปสั้นๆมาให้ดูครับ เพราะผม ก็เพิ่งรู้จักประเทศนี้ ตอนที่ข่าวออกเหมือนกันครับ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใสกันดี ดูๆแล้ว คงเพราะ ใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่หลงเข้าไปกับกระแสโลกาภิวัติ แบบ สังคมเมืองอื่นๆ ที่ต้องมุ่งแต่ของแบรนด์เนม ยี่ห้อ ซึ่ง มันเป็นสิ่งที่ปั่นค่า ทำให้คน เกิดความไม่พอสักที เมื่อก่อน ผมใส่เสื้อรองเท้าแตะธรรมดา ก็อยากใส่ยี่ห้อ สกอร์ เพราะสมัยนั้นแพงมาก อยากมี อยากได้ พอโตขึ้นมา เห็นเขาใส่รองเท้า คู่ 3-4 พัน ผมก็อยากมีมั้ง พอ ผมเห็นคนอื่นใส่ BALLY ผมก็อยากได้มั้ง ทีนี้ เห็นคนอื่น ใส่หลุยส์ มันอยากมั่ง นี่แหล่ะคือค่านิยม ของโลก ที่หลงไปกับกระแส ยี่ห้อ ทำให้ คนเราไขว่คว้า ไม่สิ้นสุด ทำให้ไม่พอใจ กับสิ่งที่มีอยู่สักที คนบนเกาะนั้น เขาไม่ยึดติดค่านิยมตรงนี้ เขามีรองเท้า ก็จบแค่รองเท้า ก็มีความสุขกันมัน ที่มีรองเท้าใส่แล้ว ความพอใจ มันอยู่ที่ตรงไหน กัน นี่แหล่ะ  คนเราถ้ายึดความพอดี ความสุขจะตามมาอีกเยอะเลยครับ

เชื่อกันว่าการกระโดดแบบ bungy jump ได้ถือกำเนิดมาตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่ประเทศ Vanuatu โดยชาว Vanuatu กระโดด bungy jump จากที่สูงโดยใช้เพียงเชือกเถาวัลย์รัดที่ข้อเท้า และการกระโดด bungy jump ของชาว Vanuatu นี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการกระโดด bungy jump อย่างเช่นในยุคปัจจุบันขึ้น

วานูอาตู (Vanuatu) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐวานูอาตู (Republic of Vanuatu) เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย 1,750 กม. และตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนิวแคลิโดเนีย ทางทิศตะวันตกของประเทศฟิจิ และทางทิศใต้ของหมู่เกาะโซโลมอน 500 กม. ชื่อของประเทศนี้ในยุคอาณานิคม คือ นิวเฮอร์ไบรดส์ (New Herbrides)

ประเทศวานูอาตู เป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก จากดัชนีความสุขโลกของนิวอีโคโนมิกส์ฟาวเดชั่นส์ (เอ็นอีเอฟ) [1]

ประวัติศาสตร์
เกาะจำนวนมากของวานูอาตูมีผู้อาศัยมานานนับพัน ๆ ปี หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด พบว่ามีอายุย้อนไปถึงประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และเมื่อ ค.ศ. 1606 นักสำรวจชาวโปรตุเกส ชื่อ เปโดร เฟร์นันเดซ เด กีโรส (Pedro Fernández de Quirós) ก็นับเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางมาถึงหมู่เกาะนี้ ชาวยุโรปเริ่มตั้งถิ่นฐานในหมู่เกาะดังกล่าวในปลายศตวรรษที่ 18 หลังจากกัปตันเจมส์ คุก นักสำรวจชาวอังกฤษได้เดินทางมายังหมู่เกาะแห่งนี้ เมื่อระหว่างการเดินทางครั้งที่ 2 ของเขา

เมื่อ ค.ศ. 1906 ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรตกลงที่จะปกครองดินแดนนี้ร่วมกัน โดยเรียกหมู่เกาะแห่งนี้ว่า "นิวเฮอร์ไบรดส์" ครั้นถึงทศวรรษ 1960 ประชากรชาววานูอาตูเริ่มกดดันเพื่อก่อตั้งรัฐบาลของตนเอง และภายหลังก็เรียกร้องเอกราชคืน และในที่สุดอังกฤษและฝรั่งเศสก็ยอมคืนอำนาจอธิปไตยอย่างสมบูรณ์สู่เจ้าของพื้นที่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523)

ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 วานูอาตูประสบความผันผวนทางการเมือง และในที่สุดก็นำไปสู่รัฐบาลแบบกระจายอำนาจมากขึ้น

บางท่านถือว่าวานูอาตูเป็นหนึ่งในเกาะสวรรค์ที่ยังคงสภาพดังเดิมอย่างแท้จริง


[แก้] การเมือง
รัฐสภาของวานูอาตูเป็นแบบสภานิติบัญญัติสภาเดียว มีสมาชิก 52 คน สมาชิกเหล่านี้ได้รับการเลือกตั้งทุกๆ 4 ปี จากการลงคะแนนเสียง ผู้นำพรรคหลักในรัฐสภา มักจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้นำคณะรัฐบาล สำหรับประมุขของรัฐ คือประธานาธิบดี ได้รับเลือกคราวละ 5 ปี จากรัฐสภาและประธานรัฐบาลท้องถิ่น 6 จังหวัด อย่างไรก็ตามการจัดตั้งรัฐบาลนั้นยังปรากฏปัญหาหลายต่อหลายครั้ง อันเนื่องมาจากแตกแยกระหว่างผู้พูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส


[แก้] สถานการณ์ทางการเมือง
พรรครัฐบาลปัจจุบันประกอบด้วยพรรคเล็ก 8 พรรค และอาจจะทำให้พรรคเล็กเหล่านั้นไปอยู่กับฝ่ายค้านก็ได้ ทำให้รัฐบาลวานูอาตูอาจจะโดนมติไม่ไว้วางใจในเร็ว ๆ นี้

นิเวศวิทยา
วานูอาตูถือเป็นภูมิภาคนิเวศบกที่โดดเด่นแห่งหนึ่ง เรียกว่า "ป่าฝนวานูอาตู" วานูอาตูยังเป็นส่วนหนึ่งของเขตนิเวศออสตราเลเชีย (Australasia ecozone) ซึ่งรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอย่างนิวแคลิโดเนีย และหมู่เกาะโซโลมอน รวมทั้งออสเตรเลีย ปาปัวนิวกีนี และนิวซีแลนด์


[แก้] เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจนั้นส่วนใหญ่จะอิงกับเศรษฐกิจแบบเลี้ยงชีพ หรือเกษตรกรรมขนาดเล็ก ซึ่งเลี้ยงชีพประชากรราว 65% สำหรับการประมง บริการการเงินนอกประเทศ และการท่องเที่ยว (เมื่อปี ค.ศ. 1997 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 50,000 คน) เป็นเศรษฐกิจหลักอันดับรองลงมา นอกจากนี้ก็ยังมีอุตสาหกรรมขนาดเล็ก รายได้จากการเก็บภาษีส่วนใหญ่มาจากภาษีนำเข้า และ 12.5% เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าและบริการ

การเติบโตของเศรษฐกิจนั้นต้องชะลอลงอันเนื่องจากส่วนใหญ่ต้องอาศัยสินค้านำเข้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน การประสบภัยธรรมชาติ และระยะทางที่ยาวไกลจากตลาดหลักและระหว่างเกาะน้อยใหญ่ แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1999 และตามด้วยสึนามิ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อเกาะทางตอนเหนือ ทำให้ประชากรหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัยแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนมกราคม 2002 ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง ในเมืองหลวง และพื้นที่โดยรอบ ทั้งยังประสบภัยจากสึนามิในเวลาต่อมาด้วย

ค่าจีดีพีของวานูอาตูเติบโตโดยเฉลี่ยไม่ถึง 3% ในทศวรรษ 1990 และตอบสนองความสนใจจากต่างประเทศ รัฐบาลจึงได้สัญญาที่จะเข้มงวดกับระเบียบด้านการเงินนอกประเทศ เมื่อกลางปี 2005 รัฐบาลได้เพิ่มความพยายามที่จะเร่งตลาดท่องเที่ยว ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นผู้สนับสนุนหลักจากต่างประเทศของวานูอาตู

วานูอาตูเป็นเมืองปลอดภาษี ซึ่งไม่เปิดเผยข้อมูลบัญชีแก่รัฐบาลใดๆ และหน่วยงานควบคุมกฎหมาย ในวานูอาตูนั้น ไม่มีภาษีเงินได้ ไม่มีการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา บริษัทต่างๆ เลือกที่จะลงทุนในวานูอาตู เพื่อหลีกเลี่ยงกฎระเบียบ และการกระทำผิดกฎหมาย


[แก้] ประชากร
 
แผนที่วานูอาตูประชากร : 202,609 คน (กรกฎาคม 2547)

ประชากรส่วนใหญ่ของวานูอาตูเป็นชาวเมลานีเซียพื้นเมือง หรือนีวานูอาตู ส่วนที่เหลือประกอบด้วยชาวยุโรป เอเชีย และชาวหมู่เกาะอื่นๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการมีด้วยกัน 3 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาบิสลามา อันเป็นภาษาลูกผสมแบบหนึ่ง ที่มีรากฐานจากภาษาอังกฤษ นอกจากนี้แล้วยังมีภาษาถิ่นต่างๆ อีกกว่า 100 ภาษาที่ใช้พูดกันในหมู่เกาะนี้ นับเป็นพื้นที่ซึ่งมีความหนาแน่นของภาษาสูงที่สุดในภูมิภาคใดๆ ของโลก (โดยเฉลี่ยมีผู้พูดเพียง 2,000 คนต่อ 1 ภาษา) พื้นที่ซึ่งมีความหนาแน่นใกล้เคียงกันก็คือ ปาปัวนิวกินี

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่ประชากรนับถือมากที่สุดในวานูอาตู มีหลายคณะนิกายด้วยกัน สำหรับ Presbyterian เป็นนิกายที่มีผู้นับถือมากที่สุด นั่นคือมีผู้นับถืออยู่ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด

สำหรับลัทธิคาร์โก (Cargo) ก็ได้รับความนิยมนับถือจากผู้ศรัทธาจำนวนหนึ่ง


[แก้] วัฒนธรรม
วานูอาตูยังคงมีความหลากหลายของวัฒนธรรมอย่างเหนียวแน่น ทั้งที่เป็นวัฒนธรรมในท้องถิ่น และได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ วัฒนธรรมของวานูอาตูอาจแบ่งได้ตามภูมิภาคหลักๆ 3 ภาคดังนี้

ภาคเหนือ ความมั่งคั่งจะพิจารณาได้จากว่าผู้คนสามารถให้ทรัพย์สินได้มากเท่าใด (โดยเฉพาะสุกร ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ทั่วทั้งหมู่เกาะแห่งนี้)
ภาคกลาง ถือเป็นแหล่งวัฒนธรรมโปลีนีเซียแบบดั้งเดิมมากกว่า
ภาคใต้ มีวัฒนธรรมการมอบตำแหน่งที่เกี่ยวกับสิทธิพิเศษ
นอกจากนี้ชายหนุ่มจะมีพิธีต่าง ๆ เกี่ยวกับการเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ เพื่อการเริ่มต้นชีวิตวัยผู้ใหญ่

ที่มาจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

"วานูอาตู"หมู่เกาะกลาง"แปซิฟิก"ได้รับเลือกเป็นประเทศที่มีความสุขในโลก เผยผู้คนไม่เห่อตามกระแสบริโภคนิยม มีความหวังดีต่อกัน ไทยติดอันดับ 32 สิงคโปร์รั้งท้าย มีสุขน้อยที่สุดในเอเชีย

สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงาน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า มูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ (เอ็นอีเอฟ) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความสุขในประเทศต่างๆ 178 ประเทศทั่วโลก พบว่า ประเทศวานูอาตู หมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้มีความสุขที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมีโคลัมเบีย คอสตาริกา โดมินิกัน และปานามา ที่ติด 5 อันดับแรกของประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ในขณะที่บรรดาประเทศอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีดัชนีความสุขไม่มาก

เอ็นอีเอฟใช้มาตรฐานความเป็นอยู่และผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเป็นตัววัดความสุขของประชาชน อีกทั้งยังวัดจากความพอใจในการมีชีวิต ความคาดหวังในชีวิต และปริมาณการใช้สภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิต หมายถึงปริมาณของที่ดินที่เหมาะสมสำหรับจำนวนประชากรและการบริโภคพลังงาน

นายแอนดรูว์ ซิมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของเอ็นอีเอฟ กล่าวว่า ดัชนีชี้วัดครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของประเทศต่างๆ ในดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ขณะเดียวกันยึดถือเอาความจำกัดของทรัพยากรแวดล้อมในการใช้ชีวิตของทุกคน

นายนิค มาร์คส์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นอยู่ของเอ็นอีเอฟ กล่าวว่า จากการสำรวจเป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีประเทศใดเพียงประเทศเดียวที่มีดัชนีความสุขอยู่ครบทุกอย่าง แต่ดัชนีเป็นการแสดงให้เห็นถึงรูปแบบว่าจะใช้ชีวิตให้ยืนนานและมีความสุขได้อย่างไรภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีอยู่ โดยสิ่งที่ท้าทายคือการเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมาแล้วนำไปปรับปรุงใช้ต่อไป

สำหรับประเทศที่มีดัชนีความสุขน้อยที่สุด คือประเทศซิมบับเว อยู่ในอันดับสุดท้าย คือ 178 ตามมาด้วยสวาซิแลนด์ บุรุนดี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูเครน ส่วนกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม หรือจี 8 กลายเป็นกลุ่มประเทศที่มีดัชนีความสุขน้อยเช่นกัน อิตาลีอยู่อันดับที่ 66, เยอรมนี 81, ญี่ปุ่น 95, อังกฤษ 108, แคนาดา 111, ฝรั่งเศส 129, สหรัฐอเมริกา 150 และรัสเซียอยู่อันดับที่ 172

ขณะที่ประเทศสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 131 กลายเป็นประเทศในเอเชียที่มีดัชนีความสุขน้อยที่สุด ส่วนเวียดนามมากที่สุดคืออยู่อันดับที่ 12 ตามมาด้วยภูฏาน ประเทศไทยถูกจัดอยู่อันดับที่ 32, ฟิลิปปินส์ 17, อินโดนีเซีย 23, จีน 31, มาเลเซีย 44, อินเดีย 62, ไอซ์แลนด์ 64, เนเธอร์แลนด์ 70, สเปน 87, ฮ่องกง 88, ซาอุดีอาระเบีย 89, เดนมาร์ก 99, ปากีสถาน 112, นอร์เวย์ 115, สวีเดน 119, ฟินแลนด์ 123, ออสเตรเลีย 139, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 154, แอฟริกาใต้ 156, คูเวต 159 และกาตาร์ 166


สำหรับสาธารณรัฐวานูอาตู เป็นประเทศหมู่เกาะทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ห่างจากภาคตะวันออกของประเทศออสเตรเลียราว 1,750 กิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่ราว 200,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเมเลนเซีย

วานูอาตูเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษและฝรั่งเศส ก่อนประกาศอิสรภาพเป็นสาธารณรัฐในปี 2523 เศรษฐกิจของประเทศขึ้นอยู่กับการทำเกษตรขนาดเล็ก ซึ่งเป็นอาชีพของประชากรถึง 65 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด นอกจากนี้ยังทำประมงและท่องเที่ยว

นายมาร์ค โลเวน จากวานูอาตู ออนไลน์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ของวานูอาตู กล่าวว่า การมีความสุขของจำนวนชาววานูอาตูไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนี้มีประชากรเท่าไหร่ หากแต่เป็นเพราะประชาชนมีความพึงพอใจกับสิ่งเล็กน้อย ไม่ใช่สังคมที่ขับเคลื่อนโดยการบริโภค แต่อยู่กันเป็นชุมชนและครอบครัว มีความหวังดีต่อกัน เป็นสถานที่ที่ไม่ต้องกังวลอะไรมาก สิ่งเดียวที่กลัวกันคือพายุไซโคลนหรือแผ่นดินไหว

ที่มาจาก มติชน

ใครอยากไปเที่ยว จองห้องพักได้ที่ http://www.pacifictraveller.com.au/holidays/vanuatu/index.php


หากคุณมีรูป หรือ Clip VDO เด็ดๆ (Link ก็ได้) ส่งมาแบ่งให้เพื่อนๆชมได้ที่ forward@jabchai.com ครับ

Send to a friend ส่งต่อให้เพื่อน

Share On Facebook


 
 

                 
กดคะแนนเพื่อ Comment ได้ทันที คลิ๊ก

 
 
Click to see all comments
คะแนนโหวตเฉลี่ย 8.6
จากจำนวน 16 ความคิดเห็น
กดเพื่อดูความคิดเห็นทั้งหมด
 

Home  |  VDO Clips  |  Funny Pics  |   Unbelieve  |   Stories  |   Flash  |  Food  |   Pets  |   Love  |   Nightlife  |   กระทู้รวมมิตร  
VDO IT  | Technology  |  Music  |   Kids  |  Dream Girls  |  Movies  |  3D Virtual Tourกระทู้ IT  |   ติดต่อโฆษณา


eXTReMe Tracker