Web Toolbar by Wibiya
Dino-Lite Handheld Microscopes
Stereo Microscopes
Biological Microscopes
Material Science Microscopes
Metallurgical Microscopes & Analysis Software
Metal Sample Preparation Machines
Inverted Microscopes
Smartscope (Image Measuring)
Atoms Auto Profile Projector
Mini Hi-Power Microscope
Macro Zoom Microscope
360' Microscopes
Gem Microscopes
Polarizing Microscopes
Capiscopes (nail scope)
Fluorescense Microscopes
DIC Microscopes
Microscope Digital Camera
Light & Accessories
*Measuring Solutions
News & Activities
Service & Support
About us
Contact us



ติดต่อลงโฆษณา


สุดยอดVDO     Funny Pics     Unbelieve     Stories     Flash    Food     Kids       Love     Nightlife      กระทู้รวมมิตร  
Your VDO        เพลงแต่งเอง       Technology        Music         Dream Girls       Movies        ธรรมะ         ติดต่อโฆษณา   
การกำเนิดของผีเสื้อ

Your Vote Rating 8.6 from 17 users
จำนวนผู้เข้าชม 114086 ครั้ง
See All Comments







Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



สมัยตอนผมเด็กๆ แถวบ้านนี่ ผีเสื้อเยอะมากๆเลยครับ เวลาไปน้ำตกเอราวัน จะมีซุ้มข้างทาง เป็นดงผีเสื้อ เยอะมากๆเลย สมัยนี้ ผีเสื้อน้อยลงไปมากๆครับ น่าเสียดายจริงๆ
 
ผีเสื้อคืออะไร
ผีเสื้อ คือ สัตว์ปีกอีกชนิดหนึ่งที่มีสีสรรสวยงามเเต่มีอายุไม่ยืนยาว ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์จะมีผีเสื้ออยู่มากดังนั้นผีเสื้อก็
เป็นเครื่องบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ดังนั้นเราควรรักษาผีเสื้อ
ให้อยู่คู่กับป่าตลอดไป
ผีเสื้อก็เหมือนกับเเมลงทั่วไป
คือเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง มีขาเป็นปล้องจำนวน 6 ขา มีกระดูกสันหลังอยู่นอกลำตัวห่อ
หุ้มอวัยวะต่างๆไว้ ร่างกายประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกันคือ
หัว อกเเละท้อง ซึ่งเเต่ละส่วนเป็นที่ตั้งของอวัยวะสำคัญ
 

การเจริญเติบโตของผีเสื้อแตกต่างจากบรรดาแมลงชนิดอื่นทั้งหลาย โดยปรากฏเป็นจตุวัฏจักร ดังนี้ คือ 1. ระยะไข่ (Egg Stage) 2. ระยะบุ้ง (Caterpillar Stage หรือ Larva Stage) 3. ระยะดักแด้ (Pupa Stage หรือ Chrysalis Stage) และ 4. ระยะเจริญวัย (Adult Butterfly Stage หรือ Imago Stage)

อนึ่ง มีความเชื่ออย่างแพร่หลายว่าผีเสื้อมีวงจรชีวิตสั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพรรณ ผีเสื้อบางพรรณอาจมีอายุเพียงหนึ่งสัปดาห์ ในขณะที่บางพรรณมีอายุยาวถึงหนึ่งปี โดยส่วนใหญ่จะมีอายุยาวในระยะบุ้ง ในขณะที่แมลงชนิดอื่นอาจหยุดการเจริญเติบโตได้ในระยะไข่หรือระยะดักแด้แล้วจึงดำเนินชีวิตต่อไปในฤดูหนาว

[แก้] ระยะไข่

ในภาวะการสืบพันธุ์แบบปกติแล้วตัวเมียจะผสมกับตัวผู้ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ตัวผู้จะผสมกับตัวเมียได้หลายตัว เมื่อผสมพันธุ์กันแล้ว ตัวเมียจะหาที่วางไข่บนใบ และลำต้นของพืชอาหาร การเลือกพืชอาหารสำหรับไข่จะเป็นความสามารถเฉพาะตัวของผีเสื้อพรรณ (specie) นั้น ๆ

ก่อนวางไข่ ตัวเมียมักตรวจสอบกลิ่นพืช โดยใช้หนวดและขนบริเวณปลายขาซึ่งมีเส้นประสาทรับกลิ่นสัมผัสกับตำแหน่งที่วางไข่ก่อน วิธีการนี้ทำให้ผีเสื้อสามารถวางไข่บนพืชอาหารของตัวเองได้อย่างถูกต้อง

ระยะวางไข่ผีเสื้อโดยทั่วไปตัวเมียจะวางไข่ประมาณหนึ่งร้อยฟอง มีอายุ 5-7 วัน และในหนึ่งร้อยฟองนี้ใช่ว่าจะเกิดเป็นผีเสื้อหนึ่งร้อยตัวในธรรมชาติเลย อัตราการรอดของผีเสื้อกลายมมาเป็นแมลงปีกสวยแค่ร้อยละ 2 เท่านั้น ที่เหลือต้องสวมบทบาทเป็นเหยื่อของนกและแมลงบางชนิดไปหรืออาจจะถูกลมฟ้าพัดพาไข่ให้ล่องลอยไปหมดโอกาสเป็นผีเสื้อในวันข้างหน้า

ดังนั้นวิธีการหลบเลี่ยงศัตรูของผีเสื้อจะใช้วิธีการพรางตัวให้กับใบไม้กิ่งไม้ บางครั้งหากไม่สังเกตจะไม่รู้ว่ากิ่งไม้แห้งมีผีเสื้อหลบภัยอยู่ ผีเสื้อส่วนใหญ่วางไข่ในลักษณะกระจาย คือ ไม่วางไข่ทั้งหมดอยู่บริเวณเดียวกัน จะวางเพียง 1-2 ฟองเท่านั้น ตำแหน่งที่วางไข่อาจแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่มักวางไข่ด้านล่างของใบพืช

ไข่ของผีเสื้อมีลักษณะของขนาด รูปร่าง สีสัน และลวดลายแตกต่างกันไป โดยขนาดของไข่นั้นจะเล็กมาก ดังนั้นจำเป็นต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์ในการศึกษาไข่ของผีเสื้อ เปลือกไข่ประกอบด้วยสารไคติน ที่เป็นสารชนิดเดียวกับเปลือกลำตัวของผีเสื้อและแมลงชนิดอื่นๆ และเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์จะพบรูเปิดเล็กๆเรียกว่า ไมโครพาย (micropyle)เป็นรูที่ทำให้น้ำเชื้อตัวผู้เข้าไปผสมกับไข่ของตัวเมียได้

จากวิกิพีเดีย

การวางไข่
 

หลังจากที่ผีเสื้อตัวเมียได้รับการผสมพันธุ์แล้วสักระยะหนึ่ง มันจะบินหาต้นพืชที่เป็นอาหารของตัวหนอนเพื่อวางไข่ โดยมันจะแตะปลายท้องในท่าที่จะวางไข่สัมผัสกับใบพืช และรู้ด้วยสัญชาตญาณพิเศษทันทีว่าใช่ใบพืชที่เป็นอาหารของตัวหนอนหรือไม่ ถ้าไม่ใช่มันก็จะบินหาต่อไป แต่ถ้าใช่มันจะยื่นส่วนท้องออกเล็กน้อย แล้วค่อยๆ วางไข่ ขณะที่วางไข่ผีเสื้อจะขับสารเหนียวๆ ออกมาด้วยเพื่อให้ไข่ยึดติดกับใบไม้
ผีเสื้อส่วนใหญ่วางไข่ไว้ใต้ใบ แต่ก็มีบางชนิดที่วางไข่ไว้บนใบ สำหรับผีเสื้อที่ตัวหนอนกินใบหญ้าเป็นอาหาร มันจะใช้วิธีบินเรี่ยๆต้นหญ้า แล้วปล่อยไข่ลงมาโดยที่มันไม่ต้องเกาะบนใบหญ้าเลย ผีเสื้อประเภทนี้จะวางไข่ครั้งละมากๆ เพราะต้องเผื่อไข่บางส่วนที่ขาดหายไป ผีเสื้อกลางคืนมักจะวางไข่เป็นกลุ่มและสลัดขนจากลำตัวของมันปกคลุมไข่ไว้

หนอนผีเสื้อ

หลังจากที่ผีเสื้อตัวเมียวางไข่แล้ว 2-3 วัน ก็เริ่มปรากฏตัวหนอนเล็กๆ ขึ้นภายในไข่ ประมาณ 5-10 วันนับจากที่เริ่มวางไข่ ตัวหนอนที่อยู่ภายในก็โตเต็มที่ มันจะใช้ปากเจาะเปลือกไข่ให้แตกและดันตัวออกมา จากนั้นจึงเริ่มกินเปลือกไข่ของตัวเองเป็นอาหารมื้อแรกทันทีที่โผล่ออกมาดูโลก ไม่มีคำยืยยันแน่ชัดว่าเพราะเหตุใดหนอนผีเสื้อจึงต้องกินเปลือกไข่ตัวเอง นักวิทยาศาสตร์บางท่านสันนิฐานว่า เปลือกไข่อาจมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของหนอนผีเสื้อ หรืออาจเป็นการทำลายหลักฐาน และร่องรอยที่จะทำใหศัตรูรู้ถึงแหล่งอาศัยของมัน เหมือนกับพ่อแม่ของนกบางชนิดคาบเปลือกไข่ของลูกไปทิ้งที่อื่น หลังจากที่ตัวหนอนกัดกินเปลือกไข่จนหมดก็จะเริ่มกินใบพืชเป็นอาหารต่อไป

หนอนลอกคราบ

หนอนเติบโตโดยการลอกคราบประมาณ 4-5 ครั้ง  ขณะที่ผีเสื้อกลางวันลอกคราบครั้งสุดท้าย ผนังชั้นในเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอกจะแข็งตัว กลายเป็นเปลือกแข็งหุ้มตัวมันไว้เป็นดักแด้ ส่วนหนอนผีเสื้อกลางคืนนั้น เมื่อมันลอกคราบจนเติบโตเต็มที่แล้วจะขับใยเหนียวๆ ออกมาทางรู spinneret เพื่อทำเป็นรังไหมหุ้มตัวใช้เวลาในการสร้างรังไหมหุ้มตัวประมาณ 12-13 ชั่วโมง แล้วจึงเข้าสู่ระยะดักแด้ต่อไป

ตัวแก้วตัวบุ้ง
 

หนอนผีเสื้อมีชื่อเรียกอีกหลายอย่าง เช่น ตัวแก้วหรือหนอนแก้ว ตัวเขียวหวาน ตัวบุ้ง ตัวร่าน หนอนผีเสื้อกลางคืนบางชนิดมีขนที่มีพิษรุนแรง  เมื่อสัมผัสกับผิวหนังทำให้เกิดผื่นคัน หรือเกิดอาการแสบได้มีรูปร่างหลายแบบ ในภาพเป็นหนอนผีเสื้อกลางวันวงค์ผีเสื้อขาหน้าพู่
หนอนกินเพลี้ย
หนอนผีเสื้อบางชนิดไม่กินใบพืชเป็นอาหาร เช่น หนอนผีเสื้อดักแด้หัวลิง(Spalgis epeus) กินพวกเพลี้ยเกล็ด หนอนผีเสื้อหนอนกินเพลี้ย(Miletus chinensis)กินเพลี้ยอ่อน หนอนของผีเสื้อมอท(Liphyra brassolis)อาศัยอยู่ในรังของมดแดงกินตัวอ่อนของมดแดง หนอนผีเสื้อพวกนี้จึงช่วยกำจัดศัตรูพืชบางส่วนให้เกษตรกรได้อย่างดี
หนอนศัตรูพืช ตัวหนอนของผีเสื้อที่สร้างความเสียหายให้แก่พืชไร่มีหลายชนิดด้วยกัน เช่น หนอนผีเสื้อหนอนบังใบกินชมพู่เป็นอาหาร หนอนผีเสื้อชอนใบชอบกินใบละมุด หนอนผีเสื้อหนอนกอชอบเจาะต้นข้าวโพด หนอนผีเสื้อหนอนมะนาวชอบกัดกินใบส้มชนิดต่างๆ หนอนผีเสื้อหนอนคืบชอบกัดกินใบเงาะ เป็นต้น

วิธีต่อสู้ศัตรู

รูปร่างของหนอนผีเสื้อแตกต่างไปตามวงค์ของผีเสื้อ ระยะที่เป็นตัวหนอน  เป็นระยะที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกนกและสัตว์อื่น ๆ จับกิน  หนอนผีเสื้อบางชนิดจึงพรางตัวให้กลมกลืนกับใบไม้ที่เกาะอยู่  บางชนิดมีต่อมกลิ่น(osmeterium) อยู่ด้านหลังของส่วนหัว สามรถปล่อยกลิ่นฉุนรุนแรง  ทำให้ศัตรูไม่กล้าเข้าใกล้  บางชนิดก็สามารถขยายส่วนหน้าของลำตัวให้พองโตได้เพื่อข่มขู่ศัตรู
 

ดักแด้

ระยะที่เป็นดักแด้  ผีเสื้อจะไม่กินอาหารใด ๆ เป็นเวลานานราว 7-10 วัน  เป็นช่วงที่อันตรายมากอีกระยะหนึ่ง  เพราะมันจะต้องอยู่นิ่ง ๆ ตลอดเวลา   แต่ดักแด้ก็มีวิธีการพรางตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย เช่น มีสีเขียวเหมือนใบไม้ มีสีน้ำตาลคล้ายใบไม้แห้ง  บางก็มีรูปร่างเหมือนกิ่งไม้ เป็นต้น

รูปร่างของดักแด้

รูปร่างของดักแด้ผีเสื้อแต่ละชนิดจะแตกต่างกันไป   การวางหรือการเกาะของดักแด้ต่าง ๆ พอจะแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะคือ
  •   แบบห้อยเอาหัวลงแขวนไว้กับกิ่งไม้ เช่นดักแด้ของผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อหนอนใบรัก  ดักแด้ของผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่
  •  แบบเกาะอยู่กับกิ่งไม้โดยการพันใยเกี่ยวไว้รอบลำตัว เช่นดักแด้ของผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อหางติ่ง ดักแด้ของผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อหนอนกะหล่ำ
  • แบบวางราบตามพื้น หรืออยู่ในใบไม้ที่ม้วนกันเป็นหลอดเช่นดักแด้ของผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อบินเร็ว  ดักแด้ผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อสีตาล
เมื่อตัวหนอนภายในดักแด้เริ่มเปลี่ยนแปลงรูปร่างจนโตเต็มที่  มีอวัยวะเหมือนผีเสื้อตัวเต็มวัยทุกประการแล้ว มันจะใช้ขาดันเปลือกดักแด้ให้ปริออกทางด้านหลังของส่วนอก  แล้วขยับตัวออกมาจากเปลือก  จากนั้นจึงค่อย ๆ คลานออกไปเกาะพักให้ปีกที่ยังยับยู่ยี่ห้อยลงทางด้านล่าง  ในช่วงนี้ผีเสื้อจะขับถ่ายของเสีย(mecomium) ภายในร่างกายที่เกิดขึ้นระหว่างเป็นดักแด้ทิ้ง  จากนั้นผีเสื้อจะทำให้ปีกที่ยับยู่ยี่คลี่ออกและแข็งแรงขึ้น  โดยหายใจเอาอากาศเข้าไปในตัวให้มากที่สุดทั้งทางรูจมูกทางปากแรงดันของอากาศและการหดตัวของกล้ามเนื้อจะช่วยอัดให้เลือดไหลเวียนไปตามเส้นปีก  ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที  หลังจากนั้นมันยังต้องเกาะพักผึ่งปีกที่หมาดอยู่ต่อไปอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง ปีกจึงจะแห้งสนิท แล้วในที่สุดก็จะออกบินเป็นผีเสื้อตัวเต็มวัยสมบูรณ์พร้อมที่จะผสมพันธุ์ต่อไป
ผีเสื้อจัดเป็นสัตว์ในไฟลัมอาร์โทร์โปดา (Phylum Arthropoda) เช่นเดียวกับแมลง ทั่วๆ ไป ผีเสื้ออยู่ในอันดับเลพิดอปเทอรา (Orderlepidoptera) ของชันอินเซกตา (Class Insecta) แมลงที่อยู่ในอันดับนี้มีลักษณเด่นตรงที่ปีกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเล็กๆ เรียงซ้อนกัน  คำว่าเลพิดอปเทอรา (Lepidoptera) มาจากคำในภาษากรีก 2 คำคือ เลพิส (Iepis) แปลว่าปีก   นั่นก็คือ  ปีก,เกล็ด หรือ ปีกมีเกล็ด
ทำไมเราจึงเรียกแมลงปีกบางสีสดสวยนี้ว่า ผีเสื้อ  สันนิษฐานกันว่าเนื่องจากปีกของผีเสื้อมีสีสันสดใสเหมือนกับสีของเสื้อผ้าที่คนเราสวมใส่  และการที่ผีเสื้อบินร่อนไปมา  ทำให้คนโบราณคิดกันไปว่ามีผีไปสิงอยู่ในตัวมัน  แม้นแต่ในปัจจุบัน  ชาวชนบทบางแห่งก็ยังเรียกผีเสื้อว่า แมลงผี  บางท่านก็สันนิฐานว่ามาจาก ผีเชื้อ เนื่องจากคติทางอีสานเชื่อว่าการที่มีผีเชื้อบินมาเป็นกลุ่มจำนวนมากมายจะเกิดโรคระบาด จึงทำให้เข้าใจกันว่าผีเสื้อเป็นผีเชื้อโรค  สำหรับทางภาคเหนือเรียกผีเสื้อว่า แมงกะป้อหรือแมงกะเบี้ย  ชื่อเรียกในภาษาอื่น มีเช่น   ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าโจโจ้  ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่าหู่เตี๊ยบ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Butterfly  แต่ไม่ว่าแมลงปีกบางที่ประดับด้วยเกล็ดหลากสีสันนี้จะมีชื่อเรียกอย่างไรก็ตาม  ผู้คนต่างยอมรับว่าผีเสื้อคือหนึ่งในหมู่แมลงที่สร้างความสวยงามให้แก่ธรรมชาติ
 
ในเวปนี้ จะมีข้อมูล แบบถี่ยิบ ของผีเสื้อ ลองเข้าไปดูนะครับ โดยเกรียงไกร  สุวรรณภักดิ์ สารคดีผีเสื้อ 2540 http://www.school.net.th/library/snet4/butterfy/butterfy.htm
 
สวนผืเสื้อสายทิพย์
เป็นสวนผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ภายในมีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตผีเสื้อชนิดของผิเสื้อ มีฟาร์มผีเสื้อท่ามกลางสวนไม้ดอกไม้ประดับที่ปลุกไว้สวยงาม มีผีเสื้อหลากหลายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงไว้นับพันตัว ที่โดดเด่น คือ ผีเสื้อเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นผีเสื้อท้องถิ่นขนาดใหญ่และลวดลายสวยงาม นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ผึ้ง สวนกล้วยไม้ ร้านขายของที่ระลึก การเดินทาง ใช้ ทางหลวงหมายเลข36 หากมาจากถนนสุขุมวิทแยกซ้ายบริเวณตลาดบางพระตามทางที่จะไปสวนสัตว์เขาเขียว
ที่อยู่ : ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
เวลาให้บริการ : ทุกวัน 8.30 – 17.00 น.
ค่าบริการ :
  • ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท
  • ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 60 บาท
เบอร์โทรศัพท์ : 0-3829-8330


หากคุณมีรูป หรือ Clip VDO เด็ดๆ (Link ก็ได้) ส่งมาแบ่งให้เพื่อนๆชมได้ที่ forward@jabchai.com ครับ

Send to a friend ส่งต่อให้เพื่อน

Share On Facebook


 
 

                 
กดคะแนนเพื่อ Comment ได้ทันที คลิ๊ก

 
 
Click to see all comments
คะแนนโหวตเฉลี่ย 8.6
จากจำนวน 17 ความคิดเห็น
กดเพื่อดูความคิดเห็นทั้งหมด
 

Home  |  VDO Clips  |  Funny Pics  |   Unbelieve  |   Stories  |   Flash  |  Food  |   Pets  |   Love  |   Nightlife  |   กระทู้รวมมิตร  
VDO IT  | Technology  |  Music  |   Kids  |  Dream Girls  |  Movies  |  3D Virtual Tourกระทู้ IT  |   ติดต่อโฆษณา


eXTReMe Tracker