Web Toolbar by Wibiya
Dino-Lite Handheld Microscopes
Stereo Microscopes
Biological Microscopes
Material Science Microscopes
Metallurgical Microscopes & Analysis Software
Metal Sample Preparation Machines
Inverted Microscopes
Smartscope (Image Measuring)
Atoms Auto Profile Projector
Mini Hi-Power Microscope
Macro Zoom Microscope
360' Microscopes
Gem Microscopes
Polarizing Microscopes
Capiscopes (nail scope)
Fluorescense Microscopes
DIC Microscopes
Microscope Digital Camera
Light & Accessories
*Measuring Solutions
News & Activities
Service & Support
About us
Contact us



ติดต่อลงโฆษณา


สุดยอดVDO     Funny Pics     Unbelieve     Stories     Flash    Food     Kids       Love     Nightlife      กระทู้รวมมิตร  
Your VDO        เพลงแต่งเอง       Technology        Music         Dream Girls       Movies        ธรรมะ         ติดต่อโฆษณา   
เจ้าขุนทอง - รายการดีๆ ในความทรงจำ ที่ยังมีอยู่

Your Vote Rating 10.0 from 29 users
จำนวนผู้เข้าชม 46977 ครั้ง
See All Comments







Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



เจ้าขุนทอง
ทุกวันพฤหัสบดี- ศุกรฺ์- เสาร์ เวลา 05.00 น.  --- ( อ่ะโห รายการ มาตี 5 จริงใจกับเด็กๆ น่าดู)

พบกับการ์ตูนหุ่นมือ ที่ส่งเสริมความ
สัมพันธ์ในครอบครัว

วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2550


รายการเจ้าขุนทองครบรอบ 16 ปี ช่อง 7 สี จึงขนขบวนรายการเด็กมาร่วมอวยพรวันเกิด และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ใน กิจกรรม “เด็กดี 7 สีหรรษา ตอน สุขสันต์วันเกิดเจ้าขุนทอง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ สวนสนุกซิตี้วอล์ก ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ

"อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน ออกหากิน ร่าเริงแจ่มใส
พวกเราเบิกบานรีบมาเร็วไว ยิ้มรับวันใหม่ ยิ้มให้แก่กัน
พี่น้องพร้อมหน้า เพื่อนพ้องพร้อมหมู่ ต่างมาดูรายการสุขสันต์
เจ้าขุนทองขับขานแล้วนั่น (ซ้ำ) เพื่อนพ้องพากันยินดีปรีดา
บ้างร้อง (บ้างร้อง) บ้างเล่น (บ้างเล่น) ช่างเล่น
ส่งภาษา ขับขาน เจรจา เริงร่า กับขุนทอง
เจ้าขุนทอง รีบมา รีบมา เจ้าขุนทอง เจื้อยแจ้วเจรจา
พบกับเจ้าขุนทองที่ช่องเจ็ดนะครับ"

บทเพลงจังหวะสนุกสนานมีทั้งกลิ่นอายไทยๆและดนตรีแบบฮิปฮ็อปผสมอยู่นิดหน่อยดังอยู่เกือบทุกเช้า
ในวัยเยาว์ของพวกเรา เวลาผ่านไปไม่นานเท่าไหร่นักในความรู้สึก แต่มันก็เนิ่นนานนับ10ปี
บทเพลงนี้จางหายไปจากชีวิตเรา เมื่อไหร่กันนะที่คนเราละทิ้งความเยาว์ที่แสนน่ารักซุกซน
เมื่อไหร่กันนะที่เราเริ่มรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้งบนสองบ่า
รอยยิ้มและความสนุกของวัยเด็กเลือนหายไปจากเราโดยไม่รู้ตัว ความสุขเรียบง่ายแบบนั้นหายไปจากเราได้อย่างไร
เมื่อเราถวิลหามันอีกครั้งก็ใช่ว่าทุกคนจะได้พบมันอีกครั้ง...

http://www.winbookclub.com/viewanswer.php?qid=9708

 

เปิดมุมมองความคิด
'น้าอ้าว' แห่ง เจ้าขุนทอง
 

               "อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน
               ออกหากิน แต่เช้าแจ่มใส
            พวกเราเบิกบาน รีบมาเร็วไว
              ยิ้มรับวันใหม่ ยิ้มให้แก่กัน.."

  ถ้อยคำด้านบนนี้ สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตบนโลกกลมๆ ใบนี้มาหลายสิบปีแล้ว อาจจำได้เลือนรางเต็มที ในขณะที่น้องๆ หนูๆ ในยุคนี้หลายคน ต่างคุ้นเคยกันดี เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของเพลงประจำรายการ “เจ้าขุนทอง” ซึ่งมีชีวิตอยู่บนจอแก้ว ช่อง 7 สี มานานกว่า 13 ปี ด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรายการ มุ่งส่งเสริมความรู้ทางด้านภาษาไทย จริยธรรม รวมทั้งวัฒนธรรมไทย ผ่านรูปแบบรายการอันหลากหลาย สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นช่วงฮิต “นิทานเริงใจ” กับ หุ่นมือเจ้าขุนทองและผองเพื่อน หรือ ช่วงเจื้อยแจ้วเจรจา สอนร้องเพลง

 

         "เกียรติสุดา ภิรมย์" หรือ "น้าอ้าว" ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ผองผล จำกัด ในฐานะผู้ผลิตรายการ เผยถึงปัจจัยหลักที่สามารถทำให้ “เจ้าขุนทอง” เคียงคู่อยู่คู่กับเด็กๆ ยาวนาน กระทั่งปัจจุบัน ประการแรกเนื่องจากได้รับการสนับสนุนจาก ช่อง 7 ซึ่งมีนโยบายต้องการให้มีรายการเด็กที่ไม่พึ่งโฆษณา และมีเนื้อหากระตุ้นให้เด็กๆ รักการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย 
        "เป็นงานทำร่วมกัน พี่รับจ้างทำ แต่ไม่หาสปอนเซอร์ เพราะเราเคยผ่านการหาสปอนเซอร์มาตลอด แต่ไม่ประสบผล เพราะไม่ชำนาญ คือถ้าจะให้ทำตามเงื่อนไขทางธุรกิจ อย่างรายการอื่นๆ ทำ มันเป็นเรื่องลำบากสำหรับเรา ฉะนั้นทุกวันนี้ แค่เราทำรายการออกไปสู่ประชาชนได้ แล้วมันก็มีความถี่ในการออกอากาศ จะ 3, 5 หรือ 7 วันบ้าง ก็พอใจแล้ว ถึงเวลาจะปรับบ่อย ก็เข้าใจ เพราะในแง่สถานี เขาต้องมีเวลาให้เช่า เราเข้าใจนี่เป็นรายการของช่อง"

          แม้จะพอใจกับเวลา “เจ้าขุนทอง” ซึ่งปัจจุบันออกอากาศเวลา 05.45 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ "น้าอ้าว" ยังมองว่ายังเช้าเกินไป หากเป็นรายการสำหรับเด็ก ตนคิดว่าช่วงเย็นน่าจะเหมาะสมกว่า เนื่องจากเป็นเวลาที่คนทั่วไปอยู่บ้านพักผ่อน ส่วนในช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์นั้น เป็นที่เข้าใจดีว่าว่าคือช่วงเวลาขายสำหรับสถานี (ช่อง 7)
          นอกจากรายการ “เจ้าขุนทอง” แล้วขณะนี้ บริษัท ผองผล จำกัด ยังรับผลิตรายการเด็กออกอากาศ ทางช่อง 11 อีก 1 รายการคือ  “พะยูนเยือนจอ”  ช่วง 18.00 น. ของวันเสาร์-อาทิตย์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  “ก่อนที่เข้า ครม. รายการเด็ก  สสส. มีนโยบายผลักดันให้ ผู้ผลิตสื่อสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ได้เริ่มต้นทำรายการที่ต้องการขึ้นมา โดยไม่ต้องไปกังวลกับการหาสปอนเซอร์ แต่จะเป็นการผลักดันเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้เข้ามาเป็นเจ้าของรายการหรือเวลา ต่อจากนั้นผู้ผลิตก็ดำเนินการต่อไปเอง”

           “พะยูนเยือนจอ” มีรูปแบบรายการคล้ายกับ “เจ้าขุนทอง” ในส่วนที่มีหุ่นเป็นตัวหลัก แต่เนื้อหามุ่งเน้นที่เรื่องสุขภาพกายและใจ การดูแลตัวเอง คนรอบข้างและสังคม ให้กระทำความดีงาม อนุรักษ์ธรรมชาติ  มีการเล่านิทานด้วยหุ่น มีป้า-หลานร่วมกันทำกับข้าว ออกกำลังกาย
     “ที่เราเลือกหุ่นเป็นสื่อเพราะหุ่นมันเป็นอมตะ ไม่โต ไม่แก่ ไม่ตาย มีความน่ารัก เหมือนมีชีวิต แม้เราไม่ได้ทำหุ่นสวยงามเท่าฝรั่ง แต่มันก็มีบุคลิกส่วนตัวเขาเอง ด้วยศิลปะการแสดงของผู้เชิด ผู้พากย์ ก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครออกมาได้อย่างลื่นไหล มีชีวิต เข้าถึงจิตใจเด็กได้มาก” 

           เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมของเด็กๆ ในรายการ “น้าอ้าว” ออกตัวทันทีว่า ตนถนัดทำให้เด็กดูมากกว่า แม้ว่าปัจจุบันจะมีรายการที่ให้เด็กร่วมออกความคิดเห็น หรือเข้าไปทำเองก็ตามอยู่หลายรายการ “เราจะมีเด็กมาบางส่วน เพราะมีข้อจำกัดคือ การทำงานในสตูดิโอ ต้องควบคุมตามกำหนด ถ้ามีเด็กต้องมีบุคลากรดูแล จะหิวหรือเปล่า ง่วงมั้ย ไม่ใช่เที่ยงคืน ตีสอง เอาเด็กมาเต้นระบำ ถ้ามีเด็กจะไม่เอาเป็นหลัก และต้องเป็นเด็กที่พร้อมจริงๆ มีพ่อแม่ ผู้ปกครองมารับมาส่ง อย่างเด็กเล็กๆ ไม่เอาเลย เพราะสงสาร เขาควรไปเล่นตามประสาเขามากกว่า แล้วค่อยมานั่งดูโทรทัศน์” 

          ผ่านมา 10 กว่าปี เสียงตอบรับจากผู้ชมรายการ ที่เป็นผู้ใหญ่มักถามไถ่ถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ซึ่ง “น้าอ้าว” ยืนยันแน่นอนว่าจะไม่เปลี่ยน เพราะตั้งใจทำให้วัยเด็กดู เมื่อเขาเติบโตไป ควรพัฒนาไปดูรายการคุณภาพอื่นๆ ตามวุฒิภาวะ แต่รับรองจะไม่หยุดพัฒนาคุณภาพของรายการ ด้วยเห็นว่าแม้ในขณะนี้จะมีรายการเด็กบนหน้าจอมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ในด้านคุณภาพ ยังน่าเป็นห่วง เท่าที่เห็นคือส่วนใหญ่เป็นการทำงานที่ตามกระแสตลาดมากเกินไป
         “คือช่วงนี้เด็กคนไหนดัง อย่าง กลุ่มแฟนฉัน ก็เอามาออก อะไรเป็นสิ่งที่ขายได้เอามาหมด มันไม่ได้ผิด แต่เรามองว่าเวลาของรายการโทรทัศน์ที่จะให้เด็กเยาวชน และครอบครัวดู มันควรมีความหลากหลายทั้งทางด้านรูปแบบ และตัวสาระ ไม่ใช่เปิดมาเจอแต่ เล่นเกม ทอล์คโชว์ เอาเรื่องส่วนตัวมาเล่าให้ฟังตลอดเวลา นี่พูดรวมถึงรายการผู้ใหญ่ด้วย ถึงไม่ได้ซ้ำซากมาก แต่ตัวบท พิธีกร สาระส่วนใหญ่มันไม่สร้างเรื่องคุณงามความดีทางจิตใจ ไม่มีการพัฒนาพฤติกรรม อะไรที่อยู่ในแฟชั่นในเทรนด์ เขาจับเอามา คิดว่าเด็กอยากเห็นสิ่งเหล่านั้น ทั้งที่เด็กก็มีหลายระดับ รายการหนึ่งเด็กทุกวัยดูด้วยกันก็มี ละครน้ำเน่าเด็กเล็กดูก็มี มันมีผลมากมาย”
          น้าอ้าวสรุปประเด็นนี้ไว้สั้นๆ ว่า “รายการเด็กมันมากพอ แต่คุณภาพเป็นอีกเรื่อง” ก่อนที่จะพูดถึงทุกสิ่งที่ปรากฏในจอแก้วนั้นคือสื่อสารมวลชน ทุกอย่างควรมีคุณภาพ ความดีงามให้ประชาชน จะสะท้อนปัญหาอะไร ต้องเพื่อให้เกิดทางแก้ไข การเรียนรู้ ส่งผลให้จิตใจสูงขึ้น  “สิ่งที่อยู่ในโทรทัศน์ ซึ่งประชาชนเสียค่าไฟ ค่าทีวี เสียภาษีมานั่งดู มันน่าจะเป็นสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพทั้งหมด ทุกรายการ  แต่ระดับอาจจะต่างกันไป อันนี้ให้ความบันเทิงล้วนๆ ก็ได้ คือดูแล้วมีความสุข แต่อย่าทำให้จิตใจเลวลง”
         นอกจากความคิดเห็นดังกล่าว ขณะนี้ “น้าอ้าว” พร้อมเพื่อนร่วมวิชาชีพผลิตสื่อสำหรับเด็ก กำลังเตรียมจัดตั้ง ชมรม “สื่อสร้างสังคม” ซึ่งจะเป็นองค์กรที่มุ่งสร้างสำนึกในการผลิตสื่อที่มีคุณภาพ คุณธรรม และเกื้อกูลผู้คน โดยนอกจากผู้ผลิตแล้ว ชมรมยังตั้งเป้าให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ปกครอง ครู หรือแม้แต่ตัวเด็กเอง เนื่องจากทุกวันนี้ สื่อเป็นสิ่งที่เข้าถึงตัวบุคลได้อย่างง่าย เช่น โฆษณาบางชิ้นที่เด็กเล็กๆ ดูแล้วอาจไม่รู้เท่าทัน ต้องจ่ายเงินตามโฆษณา หรือแม้แต่ตัวละครในโฆษณาที่บางครั้ง มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
         “ในแง่ผู้ทำโฆษณาก็เป็นเรื่องจำเป็นของเขา แต่เราติดอยู่ที่ว่า เขาทำมากเกินไป จนไม่มีสำนึกว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็ก ๆ ชมรมที่เราจะตั้งขึ้นมา ก็จะรณรงค์เรื่องนี้ แต่เราไม่มีอำนาจไปห้ามไปว่า แต่เราจะขอให้ทุกคนได้มีสำนึกต่อสิ่งเหล่านี้ และคิดถึงลูกหลานเรา ว่าอีกหน่อยบุคลิกเด็กเราจะเป็นอย่างไร การแข่งขันของเด็กเรา จิตใจจะเห็นแก่ตัวแค่ไหน”

          ตราบเท่าที่เด็กกับสื่อยังคงมีชีวิตอยู่คู่กัน ท่ามกลางกระแส เทคโนโลยีเชี่ยวกรากดังเช่นปัจจุบัน สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ “น้าอ้าว-เกียรติสุดา ภิรมย์” ยังคงมุ่งมั่นต่อไปก็คือ อยากให้ทุกฝ่ายที่ข้องเกี่ยวกับสื่อและเด็ก รู้จักคำว่า “จิตสำนึกต่อสังคม” อย่างแท้จริงเสียที

http://www.tv4kids.org/autopage/show_page.php?t=32&s_id=1&d_id=1

หากคุณมีรูป หรือ Clip VDO เด็ดๆ (Link ก็ได้) ส่งมาแบ่งให้เพื่อนๆชมได้ที่ forward@jabchai.com ครับ

Send to a friend ส่งต่อให้เพื่อน

Share On Facebook


 
 

                 
กดคะแนนเพื่อ Comment ได้ทันที คลิ๊ก

 
 
Click to see all comments
คะแนนโหวตเฉลี่ย 10.0
จากจำนวน 29 ความคิดเห็น
กดเพื่อดูความคิดเห็นทั้งหมด
 

Home  |  VDO Clips  |  Funny Pics  |   Unbelieve  |   Stories  |   Flash  |  Food  |   Pets  |   Love  |   Nightlife  |   กระทู้รวมมิตร  
VDO IT  | Technology  |  Music  |   Kids  |  Dream Girls  |  Movies  |  3D Virtual Tourกระทู้ IT  |   ติดต่อโฆษณา


eXTReMe Tracker